================================================== -->

thai poker pro

ใกล้เข้ามาเต็มทีแล้วสำหรับการเดินหน้า มาตรการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ วงเงินดำเนินการ 356 หมื่นล้านบาท ซึ่งแบ่งเป็น งบประมาณสำหรับโครงการเพื่อรองรับมาตรการพัฒนาคุณภาพชีวิต วงเงิน 188 หมื่นล้านบาท และงบประมาณสำหรับค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น สินค้าเพื่อการศึกษาและวัตถุดิบเพื่อเกษตรกรรมจากร้านธงฟ้า และร้านอื่นๆ ที่กระทรวงพาณิชย์ กำหนด วงเงิน 138 หมื่นล้านบาท โดยมาตรการดังกล่าวเพิ่งผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม) เมื่อต้นปี 2561 ถือว่าเป็นมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ระยะที่ 2 ที่ได้ดำเนินการต่อเนื่องมาจากโครงการในระยะแรกที่เน้นการบรรเทาภาระค่าครองชีพ ผ่านเงินช่วยเหลือด้านอุปโภคบริโภค การเดินทางต่างๆ เป็นต้น โดยมาตรการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีบัตรสวัสดิการนี้ ก็ยังคงมุ้งเน้นให้ความช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่มาลงทะเบียนในโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2560 จำนวน 114 ล้านคนเหมือนเดิม แต่จะเน้นหนักไปที่กลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่มีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจน หรือไม่เกิน 3 หมื่นบาทต่อปี จำนวน 53 ล้านคน โดยการฝึกอบรมเพิ่มทักษะ และพัฒนาอาชีพ ทั้งการสนับสนุนให้มีอาชีพ และการสนับสนุนให้เป็นเจ้าของกิจการของตัวเอง ซึ่งจะเป็นการต่อยอดให้ผู้มีรายได้น้อยมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมั่นคง และจะหลุดพ้นจาก ความยากจน ในที่สุด โดยในปีแรก กระทรวงการคลังตั้งเป้าหมายว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยผลักดันให้ผู้มีรายได้น้อยในกลุ่มเป้าหมายหลักที่มีรายได้ต่ำกว่า 3 หมื่นบาทต่อปี หลุดจากเส้นความยากจนได้ 25% หรือ 285 ล้านราย และที่ดูเหมือนจะเป็นความภูมิใจของรัฐบาลในการดำเนินงานครั้งนี้ เพราะมาตรการดังกล่าวเป็นการบูรณาการความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน อาทิ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการคลัง เป็นต้น เพื่อให้การพัฒนาผู้มีบัตรสวัสดิการเป็นไปอย่างสมบูรณ์ ด้วยการวางแนวทางในการพัฒนา 4 มิติ ได้แก่ 1การมีงานทำ จำนวน 5 โครงการ 2การฝึกอบรมและการศึกษา จำนวน 10 โครงการ 3การเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ จำนวน 11 โครงการ และ 4การเข้าถึงสิ่งจำเป็นพื้นฐาน จำนวน 8 โครงการ รวมทั้งสิ้น 34 โครงการ ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีโครงการของธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร อีก 6 มาตรการ 18 โครงการ อาทิ มาตรการพัฒนาผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยธนาคารออมสิน จำนวน 3 มาตรการ 10 โครงการ เช่น โครงการสินเชื่อ โครงการเงินฝาก เป็นต้น ส่วนมาตรการพัฒนาผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดย ธกสมีทั้งสิ้น 3 มาตรการ 8 โครงการ อาทิ โครงการพัฒนาตัวเอง โครงการพัฒนาอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ และการลดภาระหนี้ทั้งในและนอกระบบ โดยจะมีการเปิดให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการจำนวน 114 ล้านคนลงทะเบียนตามมาตรการดังกล่าว โดยเป็นภาคสมัครใจ ไม่มีการบังคับ แต่ผู้ที่ลงทะเบียนก็จะได้สิทธิพิเศษต่างๆ ที่รัฐบาลจัดเสริมเพิ่มให้ โดยผู้ลงทะเบียนจะได้รับวงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นเพิ่มเติม เช่น ผู้ถือบัตรสวัสดิการที่มีรายได้ไม่เกิน 3 หมื่นบาทต่อปี จะได้รับวงเงินเพิ่มเติมอีก 200 บาทต่อคนต่อเดือน จากเดิมได้รับวงเงินอยู่แล้ว 300 บาทต่อคนต่อเดือน ก็จะรวมเป็น 500 บาทต่อคนต่อเดือน ส่วนผู้ที่ถือบัตรและมีรายได้มากกว่า 3 หมื่นบาท แต่ไม่เกิน 1 แสนบาทต่อปี จะได้รับวงเงินเพิ่มเติมในบัตร 100 บาทต่อคนต่อเดือน จากเดิมได้รับ 200 บาทต่อคนต่อเดือน ก็จะเพิ่มเป็น 300 บาทต่อคนต่อเดือน มาตรการครั้งนี้อาจจะถือว่าเป็นมาตรการที่สมบูรณ์แบบในการเพิ่มศักยภาพในการหารายได้ให้ผู้มีรายได้น้อย และนี่อาจจะเป็นโอกาสสำคัญที่ผู้มีรายได้น้อยจะหลุดพ้นคำว่า ยากจน อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น เพราะมาตรการเป็นการเสริม เพิ่มศักยภาพบุคคล เพิ่มทักษะในการประกอบอาชีพ ที่หากมองในระยะยาวมาตรการแบบนี้น่าจะตอบโจทย์ความมั่นคงของรายได้ได้ดีกว่าการอัดฉีดเม็ดเงินเข้ากระเป๋าผู้มีรายได้น้อยเพียงอย่างเดียวเหมือนที่ผ่านมา

  • เยี่ยมชมบล็อก:869736
  • จำนวนบล็อกโพสต์: 749
  • กลุ่มผู้ใช้: ผู้ใช้ทั่วไป
  • เวลาลงทะเบียน:2021-06-20 00:43:57
  • ตรารับรอง:
รายละเอียดส่วนบุคคล

นายพงศ์ธร พากเพียรทรัพย์ รองอธิบดีกรมธนารักษ์ รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการบริหารเหรียญกษาปณ์และทรัพย์สินมีค่า เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ 2560 กรมธนารักษ์ ตั้งเป้าหมายหารายได้จากเหรียญ กษาปณ์ ไว้ที่ 840 ล้านบาท แต่เนื่องจากมีผลิตเหรียญสำคัญ ๆ ออกมาหลายรุ่น ทำให้รายได้ด้านเหรียญกษาปณ์ เพิ่มขึ้นเป็น 141 พันล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นกว่า 30-40%

ที่เก็บบทความ

2015(818)

2014(907)

2013(70)

2012(352)

การสมัครสมาชิก

การจำแนกประเภท: เครือข่ายธุรกิจ

kingslotxo, เพราะแม้ ดรอานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ ที่เพิ่งมาเป็น ผอนิด้าโพลได้แค่สองสัปดาห์ ปัจจุบันจะได้ลาออกจากผู้อำนวยการศูนย์สำรวจความคิดเห็น นิด้าโพล ไปแล้วเมื่อ 29 มค แต่ดูเหมือนเรื่องยังไม่จบง่ายๆ เพราะยังคงเป็นประเด็นทางการเมืองที่ต้องขยายผลต่อไป เพาะกาย ชิง 6 ทอง ที่ อาคารเอนกประสงค์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มทรธัญบุรี เพาะกายรุ่นน้ำหนักไม่เกิน70 กก ชาย ทอง ณัฐพงศ์ ใยงูเหลือม (มกรุงเทพธนบุรี) เงิน วฤทธิ์ ตันกูล (มเกษตรศาสตร์) ทองแดง สิทธินันท์ ขยันทำ (มรภรำไพพรรณี) แอธเลติกฟิสิคชายรุ่นความสูงไม่กิน 170 ซม ทอง อนวัช กลิ่นด้วง (มเซาท์อีสท์บางกอก) เงิน สุเมธ โตนุ่ม (มราชมงคลธัญบุรี) ทองแดง ณัฐพงษ์ บุญศิริโรจน์ (มมหาสารคาม) แอธเลติกฟิสิคชายรุ่นความสูงไม่กิน 175 ซม ทอง ศักรินทร์ แขวงกรุง (มทรธัญบุรี) เงิน เจริญ สุนทร (มเทคโนโลยีสุรนารี) ทองแดง สิทธิชัย ยังโนนตาด (มรภจันทรเกษม) โมเดลฟิสิคหญิง รุ่นความสูงไม่เกิน 162 ซม ทอง มุกดา เรืองสุขสุด (มสวนดุสิต) เงิน ชนิภรณ์ แก้วโชติ (มหอการค้าไทย) ทองแดง ศิวนาถ ตามพานนท์ (มหอการค้าไทย) ฟิตเนส ชาย รุ่นทั่วไป ทอง ปทินันท์ กรรณรงค์ (มรภรำไพพรรณี) เงิน นฤเทพ ทวะชาลี (มมหาสารคาม) ทองแดง ธีรภัทร โสภาลัย (มรภนครราชสีมา) โมเดลฟิสิคชาย รุ่น ความสูงไม่เกิน 170 ซม ทอง จีราวิชช์ บูรณกิจ (มรภรำไพพรรณี) เงิน ทัศบดี แสงแจ่ม (มรภนครราชสีมา) ทองแดง อัศวเมธ สารทรัพย์ (มภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) หมากกระดาน ชิง 19 ทอง ที่ อาคารเรียนรวม 13 ชั้น มทรธัญบุรี หมากล้อม บุคคลชาย กฤษฎิ์ แจ่มขจรเกียรติ (มอัสสัมชัญ) ชนะ นราวิชญ์ พงศ์กิจวรสิน (มธรรมศาสตร์) 1-0 บุคคลหญิง อรุณกร ประทุมวัน (มรัตนบัณฑิต) ชนะ ศศพร จอมหงษ์ (มรัตนบัณฑิต) 2-0 ทีมหญิง 3 คน จุฬาฯ (ภัคจิรา เอิบกิตติสวัสดิ์, จินต์จุฑา สุขสุวรรณ, อิสรีย์ มหภาคโสภณพิศาล, รมย์ชลี ชูตระกูล) ชนะ มศรีปทุม (จุฑาทิพย์ เพ็ชรสุวรรณ, จุฑารัตน์ เพ็ชรสุวรรณ, อรนุช เจริญวงศ์วรกุล, วรวรรณ สุขชื่น) 2-0 ทีมชาย 3 คน มเกษตรศาสตร์ (ธีระ รุ่งเรืองทวีพงศ์, พีรพัฒน์ เพิ่มสุวรรณเจริญ, ธเนศ เชื้อบุปผา, สรวิศ กิ่งเเก้ว) ชนะ มธุรกิจบัณฑิตย์ (ชิษณุพงศ์ แจ้งมาก, ตรัยพัทธ์ วุฒิบวรนันท์, โอฬาร โรจนะบุรานนท์, ธีรพัฒน์ สันตติอนันต์) 2-0 หมากรุกไทย คู่ชาย ณัฐวีร์ ศักดิ์ศฤงคาร- ภาณุวัฒน์ เถาวัลย์ (มรัตนบัณฑิต) ชนะ โชติวิทย์ ศิลปกาลประดิษฐ- ณธรรศ กระจ่างพันธ์ (มธรรมศาสตร์) 2-0 บุคคลชาย ณัฏฐ์ สุทธิธรรมวสี (มรัตนบัณฑิต) ชนะ กันต์กวี มณีศร (มเชียงใหม่) 1-0 คู่หญิง คนึงนิจ เฉียดไธสง - เพียงออ อุทธาพงษ์ (มเทคโนโลยีสุรนารี) ชนะ ณัชฐานันท์ ปั้นทองคำ- ภูษณี พงษ์วิวัฒนชัย (จุฬาฯ) 2-0 บุคคลหญิง มนันธรณ์ อติกาฬคชสีห์ (มรัตนบัณฑิต) ชนะ พรลดา มูลเจริญพร (มธรรมศาสตร์) 2-0 คู่ผสม อรปรียา ฉายทองดี - ธนาพล ทัดสวน (สเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง) ชนะ ณัฐกมล สุนทรพิทักษ์ - เปรมฤดี คงโนนกอก (มขอนแก่น) 1-0 หมากรุกสากล คู่ชาย กันตพัฒน์ ปาละวัฒน์ - ทัพฟ้า คำหน่อแก้ว (มเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ) ชนะ ธนพล มินสาคร - หฤษฎ์ ศักดิ์บุญ (มเกษตรศาสตร์) 2-0 คู่หญิง พรอุมา พรหมสิรินิมิต - ธวัลพร ธานินทร์ธราธาร (มกรุงเทพธนบุรี) ชนะ ธัญญา กฤษณา ธัวรีล่า - สุพิชชา ชินเวศยวงศ์ (มศว) 3-5-05 คู่ผสม ณัฐกฤตา ธนโรจน์รุ่ง-รัชพล ธนโรจน์รุ่ง (มกรุงเทพธนบุรี) ชนะ ธิติ สุจริตสัญชัย - กอบเงิน ฤกษ์วิรี (มเกษตรศาสตร์) 25-15 บุคคลหญิง รุจา พิตรชญารมย์ (มกรุงเทพธนบุรี) ชนะ วนิดา ยินดี (มธรรมศาสตร์) 15-05 บุคคลชาย ธนดล กุลพฤทธานนท์ (มกรุงเทพธนบุรี) ชนะ ศิวะวงศ์ โชติธาดา (มนอร์ท-เชียงใหม่) 15-05 หมากฮอส บุคคลชาย ปณิธิ เสกสรรค์วิริยะ (จุฬาฯ) ชนะ สสิน แซ่เตีย (มศว) 1-0 คู่ชาย ศาศวัต เอกสิทธิชัย - ชานนท์ ตรีพงษ์กรุณา (มรัตนบัณฑิต) ชนะ สิริเดช จิระติวานนท์ - อัษฎายุธ รอดหนองแห้ว (มราชภัฏอุดรธานี) 1-0 บุคคลหญิง ธัญลักษณ์ กรลักษณ์ (มรัตนบัณฑิต) ชนะ พรรณภา จะรอบรัมย์ (มเทคโนโลยีสุรนารี) 1-0 คู่หญิง อริสา ผุดผ่อง - น้ำทิพย์ ศรีทัศน์ (มรัตนบัณฑิต) ชนะ ประภาศรี ฉายศรี - ปัทมภรณ์ บุญญาวรกุล (มราชภัฏสวนสุนันทา) 1-0 คู่ผสม ณัฏฐ์ ศิริภัทรโสภณ - กานติ์ชนิต วิไลกุล (จุฬาฯ) ชนะ สุภัทรชา อูปแก้ว - อภิวัฒน์ อินธิราช (มราชภัฏมหาสารคาม) 1-0 เพาะกาย ชิง 6 ทอง ที่ อาคารเอนกประสงค์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มทรธัญบุรี เพาะกายรุ่นน้ำหนักไม่เกิน70 กก ชาย ทอง ณัฐพงศ์ ใยงูเหลือม (มกรุงเทพธนบุรี) เงิน วฤทธิ์ ตันกูล (มเกษตรศาสตร์) ทองแดง สิทธินันท์ ขยันทำ (มรภรำไพพรรณี) แอธเลติกฟิสิคชายรุ่นความสูงไม่กิน 170 ซม ทอง อนวัช กลิ่นด้วง (มเซาท์อีสท์บางกอก) เงิน สุเมธ โตนุ่ม (มราชมงคลธัญบุรี) ทองแดง ณัฐพงษ์ บุญศิริโรจน์ (มมหาสารคาม) แอธเลติกฟิสิคชายรุ่นความสูงไม่กิน 175 ซม ทอง ศักรินทร์ แขวงกรุง (มทรธัญบุรี) เงิน เจริญ สุนทร (มเทคโนโลยีสุรนารี) ทองแดง สิทธิชัย ยังโนนตาด (มรภจันทรเกษม) โมเดลฟิสิคหญิง รุ่นความสูงไม่เกิน 162 ซม ทอง มุกดา เรืองสุขสุด (มสวนดุสิต) เงิน ชนิภรณ์ แก้วโชติ (มหอการค้าไทย) ทองแดง ศิวนาถ ตามพานนท์ (มหอการค้าไทย) ฟิตเนส ชาย รุ่นทั่วไป ทอง ปทินันท์ กรรณรงค์ (มรภรำไพพรรณี) เงิน นฤเทพ ทวะชาลี (มมหาสารคาม) ทองแดง ธีรภัทร โสภาลัย (มรภนครราชสีมา) โมเดลฟิสิคชาย รุ่น ความสูงไม่เกิน 170 ซม ทอง จีราวิชช์ บูรณกิจ (มรภรำไพพรรณี) เงิน ทัศบดี แสงแจ่ม (มรภนครราชสีมา) ทองแดง อัศวเมธ สารทรัพย์ (มภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) หมากกระดาน ชิง 19 ทอง ที่ อาคารเรียนรวม 13 ชั้น มทรธัญบุรี หมากล้อม บุคคลชาย กฤษฎิ์ แจ่มขจรเกียรติ (มอัสสัมชัญ) ชนะ นราวิชญ์ พงศ์กิจวรสิน (มธรรมศาสตร์) 1-0 บุคคลหญิง อรุณกร ประทุมวัน (มรัตนบัณฑิต) ชนะ ศศพร จอมหงษ์ (มรัตนบัณฑิต) 2-0 ทีมหญิง 3 คน จุฬาฯ (ภัคจิรา เอิบกิตติสวัสดิ์, จินต์จุฑา สุขสุวรรณ, อิสรีย์ มหภาคโสภณพิศาล, รมย์ชลี ชูตระกูล) ชนะ มศรีปทุม (จุฑาทิพย์ เพ็ชรสุวรรณ, จุฑารัตน์ เพ็ชรสุวรรณ, อรนุช เจริญวงศ์วรกุล, วรวรรณ สุขชื่น) 2-0 ทีมชาย 3 คน มเกษตรศาสตร์ (ธีระ รุ่งเรืองทวีพงศ์, พีรพัฒน์ เพิ่มสุวรรณเจริญ, ธเนศ เชื้อบุปผา, สรวิศ กิ่งเเก้ว) ชนะ มธุรกิจบัณฑิตย์ (ชิษณุพงศ์ แจ้งมาก, ตรัยพัทธ์ วุฒิบวรนันท์, โอฬาร โรจนะบุรานนท์, ธีรพัฒน์ สันตติอนันต์) 2-0 หมากรุกไทย คู่ชาย ณัฐวีร์ ศักดิ์ศฤงคาร- ภาณุวัฒน์ เถาวัลย์ (มรัตนบัณฑิต) ชนะ โชติวิทย์ ศิลปกาลประดิษฐ- ณธรรศ กระจ่างพันธ์ (มธรรมศาสตร์) 2-0 บุคคลชาย ณัฏฐ์ สุทธิธรรมวสี (มรัตนบัณฑิต) ชนะ กันต์กวี มณีศร (มเชียงใหม่) 1-0 คู่หญิง คนึงนิจ เฉียดไธสง - เพียงออ อุทธาพงษ์ (มเทคโนโลยีสุรนารี) ชนะ ณัชฐานันท์ ปั้นทองคำ- ภูษณี พงษ์วิวัฒนชัย (จุฬาฯ) 2-0 บุคคลหญิง มนันธรณ์ อติกาฬคชสีห์ (มรัตนบัณฑิต) ชนะ พรลดา มูลเจริญพร (มธรรมศาสตร์) 2-0 คู่ผสม อรปรียา ฉายทองดี - ธนาพล ทัดสวน (สเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง) ชนะ ณัฐกมล สุนทรพิทักษ์ - เปรมฤดี คงโนนกอก (มขอนแก่น) 1-0 หมากรุกสากล คู่ชาย กันตพัฒน์ ปาละวัฒน์ - ทัพฟ้า คำหน่อแก้ว (มเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ) ชนะ ธนพล มินสาคร - หฤษฎ์ ศักดิ์บุญ (มเกษตรศาสตร์) 2-0 คู่หญิง พรอุมา พรหมสิรินิมิต - ธวัลพร ธานินทร์ธราธาร (มกรุงเทพธนบุรี) ชนะ ธัญญา กฤษณา ธัวรีล่า - สุพิชชา ชินเวศยวงศ์ (มศว) 3-5-05 คู่ผสม ณัฐกฤตา ธนโรจน์รุ่ง-รัชพล ธนโรจน์รุ่ง (มกรุงเทพธนบุรี) ชนะ ธิติ สุจริตสัญชัย - กอบเงิน ฤกษ์วิรี (มเกษตรศาสตร์) 25-15 บุคคลหญิง รุจา พิตรชญารมย์ (มกรุงเทพธนบุรี) ชนะ วนิดา ยินดี (มธรรมศาสตร์) 15-05 บุคคลชาย ธนดล กุลพฤทธานนท์ (มกรุงเทพธนบุรี) ชนะ ศิวะวงศ์ โชติธาดา (มนอร์ท-เชียงใหม่) 15-05 หมากฮอส บุคคลชาย ปณิธิ เสกสรรค์วิริยะ (จุฬาฯ) ชนะ สสิน แซ่เตีย (มศว) 1-0 คู่ชาย ศาศวัต เอกสิทธิชัย - ชานนท์ ตรีพงษ์กรุณา (มรัตนบัณฑิต) ชนะ สิริเดช จิระติวานนท์ - อัษฎายุธ รอดหนองแห้ว (มราชภัฏอุดรธานี) 1-0 บุคคลหญิง ธัญลักษณ์ กรลักษณ์ (มรัตนบัณฑิต) ชนะ พรรณภา จะรอบรัมย์ (มเทคโนโลยีสุรนารี) 1-0 คู่หญิง อริสา ผุดผ่อง - น้ำทิพย์ ศรีทัศน์ (มรัตนบัณฑิต) ชนะ ประภาศรี ฉายศรี - ปัทมภรณ์ บุญญาวรกุล (มราชภัฏสวนสุนันทา) 1-0 คู่ผสม ณัฏฐ์ ศิริภัทรโสภณ - กานติ์ชนิต วิไลกุล (จุฬาฯ) ชนะ สุภัทรชา อูปแก้ว - อภิวัฒน์ อินธิราช (มราชภัฏมหาสารคาม) 1-0ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด storagethaipostnet ช่วงนี้รัฐบาล คสชและเครือข่ายท่าจะแย่ หลังมีประเด็นต่างๆ ให้วิพากษ์วิจารณ์ในทางลบเข้ามาอย่างต่อเนื่อง กองค้านได้จังหวะลุย กองหนุนก็ลำบากใจ เข้าทำนอง มิตรหายหมด เพราะตดไม่หายเหม็น จากตดบึ้มใหญ่และบึ้มถี่ๆ เรื่องนาฬิกาหรู จนมาถึงการเลื่อนเลือกตั้ง กลิ่นฟุ้งกระจายไปทั้งบ้านทั้งเมือง คงเป็นเหตุให้กองค้านถล่มยับด้วยความเหม็นสุดทน กองหนุนก็เหม็นแต่กลั้นใจไว้ด้วยความเกรงใจตดของคนที่รัก ไม่อยากออกอาการนัก ส่วนกองอวยใกล้ชิดอาจจะชินกลิ่นว่าตดหอมก็ว่ากันไป ๐

บิ๊กตู่ ปัดไม่เกี่ยวโพลนาฬิกาหรูโดนเบรก อานนท์ ยื่นหนังสือลาออกพ้น ผอนิด้าโพล ระบุรับไม่ได้สั่งเซ็นเซอร์ตัวเอง ย้ำผลสำรวจสะท้อนความเห็นประชาชนไม่ใช่ชี้นำ คณาจารย์นิด้า อัด อธิการบดี แทรกแซงการทำงาน อภิสิทธิ์ ห่วงเสรีภาพทางวิชาการ เชื่อเรื่องนี้บานปลาย ศุลกากร ลั่นพร้อมตรวจสอบภาษีนาฬิกาประวิตร เมื่อวันจันทร์ พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) กล่าวถึงกรณีนายอานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ ผู้อำนวยการศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ประกาศลาออกจากตำแหน่งหลังถูกระงับการเผยแพร่ผลการสำรวจความคิดเห็นประเด็นนาฬิกาหรูของ พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมวกลาโหม ว่าเป็นเรื่องของผู้อำนวยการคนดังกล่าวแล้วเกี่ยวอะไรกับตน ผมก็เห็นข่าวจากทางโซเชียลมีเดียแล้ว เขาบอกว่าไม่ได้ถูกบังคับ ใครจะว่าอะไรก็ว่าไป สื่อก็ขยายความให้เขาไปเรื่อยๆ ก็แล้วกัน บ้านเมืองจะได้ไม่สงบดีไง พลอประยุทธ์กล่าว ขณะที่นายอานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์สาขาวิชา Business Analytics and Intelligence สาขาวิชาวิทยาการประกันภัยและการบริหารความเสี่ยง คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ในฐานะผู้อำนวยการนิด้าโพล ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งแล้ว หลังถูกเบรกการเผยแพร่ผลสำรวจความเห็นเรื่องนาฬิกาหรู นายอานนท์กล่าวว่า สาเหตุที่ลาออกเพราะยอมรับไม่ได้กับการเซ็นเซอร์ตัวเองของมหาวิทยาลัย ไม่ได้เกี่ยวกับการมีคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช)แต่อย่างใด เพราะมหาวิทยาลัยมีหน้าที่ชี้นำสังคม และการทำโพลก็เป็นการสะท้อนความคิดเห็นในเวลาขณะนั้น ซึ่งส่วนตัวมองว่าโพลเรื่องนาฬิกาหรูก็ไม่ได้เป็นการชี้นำแต่อย่างใด เนื่องจากไม่แตกต่างจากการทำโพลกรณีการเมืองอื่นๆ เช่น นสยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ประเด็นทุจริตจำนำข้าว ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล เป็นต้น ผมรับกับการเลือกปฏิบัติเช่นนี้ไม่ได้ การทำโพลการเมืองก็ไม่มีความแตกต่างกันเลย จึงไม่เห็นเหตุผลใดที่ต้องเซ็นเซอร์ตัวเอง ซึ่งเป็นเรื่องเลวร้ายยิ่งกว่าการปิดโทรทัศน์ แท่นพิมพ์ หรือมหาวิทยาลัยเสียอีก เพราะหากผิดก็ยังเปิดใหม่ได้ เพราะมีจิตวิญญาณที่จะพูดความจริง รักษาสิ่งที่ถูกต้อง สร้างปัญญาให้แก่สังคม แต่การเซ็นเซอร์ตัวเองก็เท่ากับไม่มีแล้ว ทั้งที่นิด้ามีปรัชญาคือ สร้างปัญญาเพื่อการเปลี่ยนแปลง (Wisdom for change) นายอานนท์กล่าว อดีต ผอนิด้าโพลกล่าวว่า เรื่องการลาออกจะมีผลเมื่อไรนั้น ขึ้นกับอธิการบดี แต่เบื้องต้นยังไม่ได้มีการพูดคุยกับอธิการบดี และอธิการบดีก็ยังไม่ได้โทรศัพท์มาพูดคุยแต่อย่างใด ซึ่งการมาเป็น ผอนิด้าโพลของตนนั้นอาจเป็นเพราะตนตามประเด็นเรื่องการเมือง สังคม และเศรษฐกิจ มีความรู้ด้านสถิติค่อนข้างดี และเรื่องการทำวิจัยสำรวจ รู้วิธีในการสื่อสาร อย่างไรก็ตาม หลังการลาออกตนก็กลับมาทำหน้าที่อาจารย์สอนตามเดิม หากต้องมานั่งเป็น ผอทั้งที่ปราศจากเสรีภาพทางวิชาการ ความซื่อตรงทางวิชาการ ไม่มีความกล้าหาญทางจริยธรรม ผมก็ไม่รู้ว่าจะมาเป็น ผอนิด้าโพลที่มีหน้าสะท้อนความคิดเห็นสังคมไปทำไม และคงไม่สามารถตอบคำถามลูกน้องที่ทำงานหนักในการทำโพลให้ทันเวลาได้ อดีต ผอนิด้าโพลกล่าว ถามถึงผลสำรวจเรื่องนาฬิกาหรู นายอานนท์กล่าวว่า คงต้องถามไปยังทางอธิการบดี เพราะเป็นคนสั่งระงับเผยแพร่ผลโพล หรือไม่ทางสังคมเองก็ต้องกดดันให้มีการเปิดเผย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่นายอานนท์จะไปยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่ง ผอนิด้าโพล ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Arnond Sakworawich ระบุว่า สงสารและเห็นใจ เสธไก่อูมาก ที่ต้องงงเป็นไก่ตาแตก เพราะเรื่อง self censor แทรกแซงเสรีภาพทางวิชาการในนิด้า โดยที่รัฐบาลไม่ได้รู้เรื่องด้วยเลย จากนั้น อดีต ผอนิด้าโพลยังโพสต์ข้อความอีกครั้ง ระบุ รู้สึกขอบพระคุณที่มีเพื่อนอาจารย์ รุ่นพี่ รุ่นน้อง อีกหลายมหาวิทยาลัยชั้นนำในกรุงเทพมหานคร ที่เห็นคุณค่าของเผือกร้อนสุดๆ อย่างตัวผมในเวลานี้ ได้มีน้ำใจเอื้อเฟื้อให้ผมย้ายไปสอนมหาวิทยาลัยเก่าแก่ของไทย ทั้งมหาวิทยาลัยที่เป็น alma mater และที่อื่นๆ ในสาขาวิชาที่ผมไม่ได้จบมาในสาขาวิชานั้นๆ โดยตรง และในสาขาวิชาที่ใกล้เคียงกันกับที่ผมสอนอยู่เดิม ได้ชักชวนเชื้อเชิญให้ผมเปลี่ยนที่ทำงานไปสอนที่มหาวิทยาลัยอื่นๆ และพยายามมองว่าตัวผมจะพอสอนวิชาอะไรได้บ้าง ถึงแม้จะไม่ได้จบมาโดยตรง จะทำอะไรได้บ้าง ผมขอน้อมรับไว้ด้วยความตื้นตันใจ แต่ผมยังไม่คิดจะย้ายไปที่ไหนทั้งสิ้น ผมเองก็จบจากนิด้า แต่ที่สำคัญที่สุดคือการทำงานที่คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เป็นการทำงานทุกวันเพื่อสนองพระราชดำริในการจัดตั้งคณะโดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ผมยังจะทำงานที่คณะสถิติประยุกต์ ที่นิด้าต่อไปครับ ส่วนนายพิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต คณบดีคณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้น แม้นายอานนท์จะลาออกไปแล้ว แต่ก็ยังไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะจบหรือไม่ และทางสภาคณาจารย์นิด้าจะดำเนินการกันต่อไปอย่างไร แต่ในส่วนของประชาคมคณาจารย์นิด้าในช่วงวันที่ผ่านมา ยังไม่ได้พูดคุยกันว่ามีความเห็นต่อเรื่องนี้อย่างไร เพราะเป็นวันที่นิด้าติดงานรับปริญญาของสถาบัน เลยยังไม่ได้คุยกับอาจารย์นิด้าคนอื่นๆ หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว รู้สึกกังวล เพราะทำให้ต่อจากนี้คนที่จะเข้าไปเป็น ผอนิด้าโพลคนใหม่ ก็คงไม่มีใครอยากไปเป็น เพราะไปเป็น ผอนิด้าโพลแล้วต้องมาถูกแทรกแซงการทำงาน ต้องไปอยู่ภายใต้การกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดแบบนี้ คนจะมาเป็น ผอนิด้าโพลก็ลำบาก อาจารย์ที่จะไปเป็น ผอนิด้าโพลก็คงไม่อยากไป แต่ก็อาจมีบางคนที่มีความใกล้ชิดสนิทสนมกับอธิการฯ ก็อาจจะไปเป็นก็ได้ จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้อาจารย์ได้รู้แนวคิดของผู้บริหารนิด้าจากที่ไม่เคยรู้มาก่อนด้วย นายพิชายกล่าว สำนักข่าวอิศรา wwwisranewsorg รายงานว่า การสำรวจความเห็นของศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล ได้จัดทำตามปกติ โดยสำรวจจากคอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์ไปสอบถามความเห็นจากประชาชนโดยตรงด้วยกรณีดังกล่าวมีกลุ่มตัวอย่าง 1,250 คน และในคำถามไม่ได้มีการระบุชื่อของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด เนื่องจากการสำรวจความเห็นในลักษณะดังกล่าวอาจจะส่งผลกระทบต่อบุคคลที่สามได้ จึงเลือกสอบถามแบบไม่ระบุชื่อ แหล่งข่าวจากนิด้าให้ข้อมูลสำนักข่าวอิศราว่า คำถามในแบบสำรวจในสัดส่วนแรกคือ ถามข้อมูลทั่วไปตามแบบฟอร์มของแบบสำรวจความเห็น เช่น เพศ อายุ การศึกษา เป็นต้น ก่อนที่จะสอบถามในคำถามที่ได้ตั้งประเด็นเอาไว้ โดยในกรณีนี้มีเพียง 4 คำถาม เนื่องจากการสำรวจความคิดเห็นไม่จำเป็นต้องสอบถามข้อมูลจำนวนมาก โดยทั้ง 4 คำถามมีเนื้อหาดังนี้ 1เพื่อนสนิทเคยให้ยืมนาฬิกาหรูหรือไม่ ซึ่งผลสำรวจร้อยละ 90 บอกว่าไม่เคย 2ผู้ถือครองนาฬิกาบอกว่าเพื่อนให้ยืมมาคิดว่าพูดจริงหรือไม่ คำตอบส่วนใหญ่คือ ไม่เชื่อ 3คิดว่าคนที่พูดโกหกมีแนวโน้มการทุจริตหรือไม่ คำตอบส่วนใหญ่คือ ใช่ 4รับได้หรือไม่ที่รุ่นน้องช่วยรุ่นพี่ปกปิดเรื่องดังกล่าว คำตอบคือ รับไม่ได้ ทั้งนี้ แม้คำถามในแบบสำรวจความคิดเห็นของนิด้าโพลไม่ได้ระบุชื่อ พลอประวิตร แต่ผู้ตอบคำถามสามารถเข้าใจคำถามได้ว่าหมายถึงใคร เนื่องจากข่าวพลอประวิตรถือครองนาฬิกาหรูหลายเรือนอยู่ในความสนใจของประชาชน และสื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวมาแล้วเกือบ 2 เดือน อีกทั้งสื่อต่างประเทศก็ยังนำไปทำสกู๊ปข่าวอีกด้วย ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป) กล่าวว่า การลาออกของ ผอนิด้าโพล ทำให้คนไม่แน่ใจว่าไปเกี่ยวกับ คสชหรือไม่ ทำให้ คสชติดลบไปด้านแล้ว เรื่องนี้น่าหนักใจ เพราะไม่เป็นผลดีกับใคร ความจริงควรให้เป็นไปตามปกติ ซึ่งไม่ได้เป็นปัญหา เมื่อสำรวจความคิดเห็นถูกต้องตามหลักวิชาการก็เผยแพร่ไป โปร่งใสชัดเจน ถามว่าอะไร ตอบว่าอะไร และไม่ได้เป็นส่วนที่จะบอกว่าคนนั้นถูกหรือคนนี้ถูก เพราะผมก็เห็นการสำรวจหลายสำนัก เวลาเกิดเหตุการณ์อะไรที่บอกว่าเชื่อคนนั้นหรือไม่ ชอบคนนี้หรือไม่ คิดว่าใครต้องเป็นคนรับผิดขอบเรื่องนั้นเรื่องนี้ ก็เห็นทำงานกันอยู่ตลอดเวลา ก็ควรทำให้เป็นเรื่องปกติ นายอภิสิทธิ์กล่าว ซักว่า โพลดังกล่าวถูกมองชี้นำประชาชนเรื่องนาฬิกาไปยืมเพื่อนมา ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) กำลังตรวจสอบอยู่ หัวหน้าพรรค ปชปกล่าวว่า ปปชต้องตัดสินตามพยานหลักฐาน และมีมาตรฐานของตัวเอง และต้องชี้แจง ประชาชนจะเชื่อหรืออย่างไรก็ตาม แต่องค์กรอิสระก็ต้องตรงไปตรงมา อาจมีแรงกดดัน ก็เป็นเรื่องปกติธรรมดา ก็เหมือนกับทุกคดีที่เกิดขึ้นกับพระหรือดาราที่มีชื่อเสียง อย่างไรก็มีแรงกดดันอยู่แล้ว เพราะว่ามีทั้งคนที่เชื่อ ที่ชอบ ก็ต้องว่ากันไป ถ้าเราปล่อยให้แต่ละฝ่ายทำหน้าที่กันเสียก็หมดเรื่อง ตรงนั้นก็กลับมาเรื่องเดิม เรื่องพวกนี้ป้องกันได้หมดหากว่าเรามีความโปร่งใส มีความรับผิดชอบแต่แรก ถ้าปล่อยให้มีความคลุมเครือ สุดท้าย ปปชตัดสินออกมา ปปชก็อาจกลายเป็นจำเลยไปด้วย หัวหน้าพรรค ปชปกล่าว นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เรื่องนี้ความสำคัญไม่ได้อยู่ที่ตัว ผอนิด้า แต่ความสำคัญอยู่ที่เรากำลังกังวลเรื่องเสรีภาพทางวิชาการ และความกังวลที่ทำให้รู้สึกว่าถ้าบรรยากาศของบ้านเมืองบางเรื่องแตะต้องไม่ได้ ตรวจสอบไม่ได้ ไม่เป็นผลดีมากกว่า ถ้าคลายตรงนี้ได้ สถานการณ์ก็จะดีขึ้น และเห็นว่าการเผยแพร่ผลสำรวจที่ชัดเจนน่าจะมีผลกระทบน้อยกว่าเยอะในทุกๆ ด้าน นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ยังให้สัมภาษณ์ผ่านรายการต้องถาม กรณีมูลนิธิองค์กรเพื่อความโปร่งใสออกจากการเป็นภาคีขององค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ ว่า เป็นเรื่องที่อยากได้คำตอบเช่นกันว่าทำไมถึงถอนตัว มูลนิธิดังกล่าวเป็นเอกชน และไม่เกี่ยวกับภาครัฐใดๆ ทั้งสิ้น แต่เป็นเรื่องสำคัญและต้องจับตา เพราะองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติเป็นองค์กรที่จัดอันดับและให้คะแนนประเทศต่างๆ เกี่ยวกับความโปร่งใสมาช้านาน แต่ปรากฏว่ามูลนิธิของไทยกลับถอนตัวจากการเป็นภาคี คำถามคือ ทำไมต้องถอนตัว ซึ่งจากคำชี้แจงทราบว่ามีปัญหาการทำงานที่องค์กรนานาชาติไม่ค่อยเข้าใจวัฒนธรรมไทยและมีอคติ นายอภิสิทธิ์กล่าว วันเดียวกัน นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวถึงกรณีมีการเรียกร้องให้กรมศุลกากรตรวจสอบการเสียภาษีการนำเข้านาฬิกาหรูของ พลอประวิตร มีการเสียภาษีอย่างถูกต้องหรือไม่ รวมทั้งให้มีการแสดงที่มาของนาฬิกาแต่ละเรือนอย่างชัดเจนว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับหนังสือใดๆ เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว แต่หากมีหนังสือมาถึง ก็ต้องขอดูในรายละเอียดก่อน ซึ่งก็พร้อมจะดำเนินการตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายภายใต้หน้าที่ของกรมศุลกากรอย่างเคร่งครัดทุกอย่าง นายกุลิศกล่าวว่า ถ้ามีการตรวจสอบเบื้องต้นอาจต้องมีการพิจารณาหลักฐานเกี่ยวกับการได้มาของนาฬิกาสำหรับบุคคลที่เป็นเจ้าของว่าซื้อมาเมื่อไหร่ ราคาเท่าไหร่ ต้องไปดูว่าเป็นการลักลอบนำเข้ามาหรือไม่ โดยทั้งหมดต้องมาพิจารณาในรายละเอียดตามหลักกฎหมายกรมศุลกากรด้วยว่าบุคคลที่ซื้อนาฬิกาเข้ามาแล้วจะสามารถตรวจสอบอะไรได้บ้าง เข้าใจว่าหลังจากนี้จะมีการอ้างข้อกฎหมายมาตราต่างๆ เพื่อให้กรมศุลกากรเข้าไปตรวจสอบในแต่ละจุด ซึ่งยืนยันจะต้องดูตามหลักของกฎหมายว่าสามารถทำอะไรได้บ้าง รวมทั้งกระบวนการตรวจสอบจะต้องไม่ไปซ้ำซ้อนกับหน่วยงานที่ได้ดำเนินการอยู่ โดยเฉพาะปปช อธิบดีกรมศุลกากรกล่าวขณะที่ทนายความของนางมณตาแถลงต่อศาลขอเลื่อนการนัดตรวจหลักฐาน เนื่องจากเพิ่งมารับคดีนี้ ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้เลื่อนนัดตรวจหลักฐานไปเป็นวันที่12มีค นี้ เวลา1330นสมาคมนักข่าวฯ เปิดผลสอบ บิ๊กสื่อ ชี้แค่ สุ่มเสี่ยงการคุกคามทางเพศ ระบุมีการดูแลใกล้ชิด สนิทสนมไว้วางใจกัน ทำให้ฝ่ายชายตีความเข้าข้างตนเอง เผยสองฝ่ายขอโทษต่อกันแล้ว สุดท้ายฝ่ายหญิงลาออกไม่ติดใจเอาความ ติงสื่อเสนอข่าวไม่ครบถ้วนรอบด้านเกินเลยไปกว่าข้อเท็จจริง แนะองค์กรสื่อวางมาตรการปฏิบัติทางจริยธรรมอย่างเหมาะสม ชงองค์กรวิชาชีพสื่อหารือสร้างกลไกกำกับกันเองอย่างเป็นระบบ เมื่อวันที่ 29 มกราคม คณะกรรมการบริหาร สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้เผยแพร่คำแถลงผลการพิจารณารายงานการแสวงหาข้อเท็จจริงกรณีผู้บริหารองค์กรสื่อมีพฤติกรรมเข้าข่ายคุกคามทางเพศ ระบุว่า สืบเนื่องจากกรณีมีกระแสข่าวตามสื่อสังคมออนไลน์ พาดพิงถึงผู้บริหารองค์กรสื่อแห่ง หนึ่งว่ามีพฤติกรรมเข้าข่ายคุกคามทางเพศ และมีกลุ่มนักข่าวกลุ่มหนึ่งส่งจดหมายเปิดผนึกเผยแพร่ทางสื่อออนไลน์ เพื่อเรียกร้องให้สมาคมนักข่าวฯ ตรวจสอบข้อเท็จจริง และต่อมาเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2560 คณะกรรมการบริหารสมาคมนักข่าวฯ ได้แต่งตั้งคณะ อนุกรรมการแสวงหาข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าว ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากบุคคลภายนอกจำนวน 6 ท่าน และดำเนินกระบวนการแสวงหาข้อเท็จจริงในทางลับ เพื่อให้ปราศจากอิทธิพลหรือปัจจัยภายนอกใดๆ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ใกล้เคียงกับข้อเท็จจริงมากที่สุด ภายหลังคณะอนุกรรมการฯ ใช้เวลาดำเนินการภายในกรอบเวลา 90 วันแล้ว คณะอนุกรรมการแสวงหาข้อเท็จจริงฯ ได้ส่งรายงานการแสวงหาข้อเท็จจริงให้แก่สมาคมนักข่าวฯ เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2560 โดยระบุ ว่า ได้มีการประชุม และพบผู้ให้ข้อมูลตั้งแต่ผู้เกี่ยวข้องกับการสื่อสารทางสาธารณะต่อกระแสข่าวผู้ใกล้ชิดกับผู้ถูกกล่าวอ้างถึงทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง ผู้โพสต์ข้อความพาดพิงถึงผู้ถูกกล่าวอ้างถึงทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง ไปจนถึงผู้ถูกกล่าวอ้างถึงฝ่ายชายและผู้ถูกกล่าวอ้างถึงฝ่ายหญิง รวมผู้ให้ข้อมูลทั้งหมด 11 คน และการประชุมและการพบกับผู้ให้ข้อมูลทุกครั้งเป็นไปในทางลับตามกรอบมติที่คณะกรรมการบริหารสมาคมนักข่าวฯกำหนดไว้ คำแถลงระบุว่า ในระหว่างกระบวนการแสวงหาข้อเท็จจริง สมาคมนักข่าวฯ ได้เปิดโอกาสให้ผู้มีข้อมูลหรือผู้ที่คิดว่าจะได้รับความเสียหาย ให้มายื่นข้อมูลกับสมาคมนักข่าวฯ โดยตรง หรือผ่านตู้ ปณ ที่ได้แจ้งต่อสาธารณะไว้ แต่ก็ไม่ปรากฏผู้ยื่นข้อมูลใดๆ จากช่องทางดังกล่าว และตลอดระยะเวลาของกระบวนการแสวงหาข้อเท็จจริง ก็ไม่ปรากฏผู้แสดงความจำนงจะร้องทุกข์ต่อสมาคมฯ ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการแสวงหาข้อเท็จจริงฯ ตั้งประเด็นการพิจารณา ได้แก่ 1การกล่าวอ้างว่ามีการคุกคามทางเพศเกิดขึ้นในที่ทำงาน 2การสื่อสารการใช้สังคมออนไลน์ในการแพร่กระจายประเด็นและการนำเสนอของสื่อหลัก 3ข้อเสนอต่อการป้องกันและการแก้ไขปัญหาการคุกคามทางเพศในองค์กรสื่อ และการทำหน้าที่ของสื่อ คณะกรรมการบริหารสมาคมนักข่าวฯได้ประชุมพิจารณารายงานฯ เป็นรายประเด็นแล้วมีมติดังต่อไปนี้ คำแถลงสมาคมนักข่าวฯ ระบุว่า ประเด็นการกล่าวอ้างว่ามีการคุกคามทางเพศนั้น มีความเห็นสอดคล้องกับรายงานของอนุกรรมการแสวงหาข้อเท็จจริงฯ ที่ระบุว่า เรื่องที่เกี่ยวข้องกับผู้ถูกกล่าวอ้างฝ่ายชายและผู้ถูกกล่าวอ้างฝ่ายหญิง ได้ถูกนำมาพูดคุยสื่อสารกับบุคคลภายในองค์กรจำนวนหนึ่ง อันเป็นเหตุทำให้เรื่องราวที่น่าจะจบลงระหว่างบุคคลทั้งสอง กลายเป็นเรื่องที่ต้องมีบุคคลอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นความจำเป็นที่องค์กรที่ต้องกำกับดูแลกันเอง เช่น สมาคมนักข่าวฯ มีหน้าที่ต้องเข้ามาแสวงหาข้อเท็จจริง เป็นเหตุให้มีการตั้งคณะอนุกรรมการแสวงหาข้อเท็จจริงฯ จนได้นำไปสู่ข้อสรุปว่า พบว่ามีองค์กรข่าวแห่งหนึ่งที่บุคลากรทำงานด้วยความใกล้ชิดสนิทสนม เมื่อยามสนทนากันหรือทำงานร่วมกัน ก็มีการหยอกล้อกันเล่น มีการถูกเนื้อต้องตัวกันบ้างตามประสาคนที่ใกล้ชิด แต่ในช่วงกลางปี 2560 มีเหตุการณ์เป็นประเด็น ระหว่างบุคคลสองคน ซึ่งบุคคลหนึ่งได้รับการปลูกฝังมาในเรื่องการให้เคารพต่อผู้ใหญ่ และวัฒนธรรมองค์กรที่ให้ความสำคัญกับผู้บังคับบัญชา จึงมีการดูแลบุคคลอีกคนหนึ่งในลักษณะที่ใกล้ชิดสนิทสนม การให้ความไว้วางใจ ซึ่งมีบางเรื่องที่ความไว้วางใจเป็นเหตุทำให้เกิดความเข้าใจในลักษณะที่เป็นการตีความเข้าข้างตนเองของอีกฝ่ายหนึ่ง จนอาจนำไปสู่ความสุ่มเสี่ยงต่อการคุกคามทางเพศ เพราะต่างตีความเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยมุมมองที่แตกต่างกัน ต่อมาได้มีการพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจและขอโทษต่อกัน ซึ่งในท้ายที่สุดฝ่ายหนึ่งลาออกจากองค์กรข่าวแห่งนั้น ต่อมามีบุคคลที่สามนำเรื่องราว ที่ไม่ตรงข้อเท็จจริงไปเผยแพร่สู่สาธารณะ ก่อให้เกิดผลกระทบต่อทั้งสองฝ่าย โดยที่ทั้งสองฝ่ายยืนยันว่าไม่ติดใจที่จะเอาความต่อกันในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างกัน ทั้ง ยังกังวลแทนอีกฝ่ายจากการได้รับผลกระทบที่รุนแรงที่ได้รับจากกระแสข่าวที่เกิดขึ้นต่อมา สำหรับประเด็นการสื่อสารการใช้สังคมออนไลน์ในการแพร่กระจายประเด็น และการนำเสนอของสื่อหลัก มีความเห็นสอดคล้องกับรายงานฯ ที่พบว่าผู้เกี่ยวข้องในเหตุการณ์ที่ส่วนใหญ่เป็นนักวิชาชีพสื่อสารมวลชน ไม่ใช้การสื่อสาร เชิงปรึกษาหารือ หรือการสอบถามข้อเท็จจริงจากคู่กรณีทั้งสองฝ่าย ทั้งอย่างเป็นทางการหรืออย่างไม่เป็นทางการ แต่กลับใช้วิธีการสอบสวนเรื่องราวหรือเหตุการณ์อย่างไม่ครบถ้วนรอบด้าน แล้วสื่อสารความเห็นสู่สาธารณะผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ทั้งในพื้นที่ในชื่อส่วนบุคคลและชื่อองค์กร จนเป็นเหตุให้มีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์จำนวนหนึ่งใช้สื่อสังคมออนไลน์สื่อสารขยายเรื่องราวจนเกินเลยไปกว่าข้อเท็จจริงมาก ทั้งในมิติความสัมพันธ์และพฤติกรรมการคุกคามทางเพศ ส่วนการสื่อสารของสื่อหลักพบว่า ส่วนใหญ่ใช้ภาษาที่หวือหวา โดยการเสนอข่าวเชิงกล่าวหาตัดสินพบมากที่สุดในสื่อเว็บไซต์ รองลงมาพบบ้างในสื่อหนังสือพิมพ์รายวัน ขณะที่สื่อโทรทัศน์มีความระมัดระวังในการใช้ภาษา ส่วนประเด็นข้อเสนอต่อการป้องกันและการแก้ไขปัญหาการคุกคามทางเพศในองค์กรสื่อ และการทำหน้าที่ของสื่อนั้น เห็นชอบกับข้อเสนอของคณะอนุกรรมการฯ ที่ว่า บุคลากรวิชาชีพสื่อ ต้องมีความเชื่อมั่นในกลไกการกำกับดูแลกันเอง และมีวิถีปฏิบัติต่อกลไกอย่างเป็นระบบ รวดเร็วทันกาล และด้วยความเสมอ ภาค ไม่ว่าผู้ถูกกล่าวหาจะมีตำแหน่งหน้าที่ใด ภายใต้หลักการเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่ากระบวนการสอบสวนและพิจารณาข้อเท็จจริงจะเป็นที่สิ้นสุด โดยเฉพาะไม่พึงทำการสื่อสารโดยตรงหรือโดยนัยทางพื้นที่สาธารณะอย่างขาดข้อเท็จจริงรอบด้าน หรืออย่างต่อเติม และตัดสิน อันส่งผลต่อความน่าเชื่อถือในวิชาชีพ ขณะที่องค์กรสื่อและองค์กรวิชาชีพสื่อ จำเป็นต้องมีการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติต่อกันอย่างเคารพในสิทธิแห่งตัวตนและร่างกาย โดยเฉพาะในมิติของความละเอียดอ่อนทางเพศภาวะทั้งในพฤติกรรมส่วนตัว ทั้งในการสื่อสารในพื้นที่ส่วนตัว แต่อย่าแสดงตัวตนความเป็นนักวิชาชีพสื่อไปจนถึงการสื่อสารในทางวิชาชีพทั้งด้านข่าวและอื่นๆ อีกทั้งยังเสนอให้องค์กรวิชาชีพสื่อ ร่วมกันพัฒนามาตรการหรือแนวทางปฏิบัติในทางจริยธรรม เกี่ยวกับ การปฏิบัติอย่างเหมาะสมในทางความสัมพันธ์ในองค์กรวิชาชีพสื่อ วิธีการติดตามเฝ้าระวังการปฏิบัติอย่างเหมาะสมเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเพศที่แตกต่างในองค์กรวิชาชีพสื่อ การปฏิบัติอย่างเที่ยงตรง เหมาะสม ชัดเจนในการสื่อสารทางออนไลน์ การทำหน้าที่ของสื่อเพื่อนำเสนอเนื้อหาในประเด็นทางเพศอย่างระมัดระวัง การนำข้อมูลจากสื่อออนไลน์ไปนำเสนอทางสื่อหลัก ที่หมายถึงสื่อหลักเดิมและสื่อออนไลน์ โดยเฉพาะการใช้สื่อออนไลน์เพื่อเปิดประเด็นหรือสร้างกระแส แล้วเชื่อมโยงหรือนำไปสู่การผลิตซ้ำในสื่อหลัก ที่ส่งผลในเชิงความเสื่อมเสียต่อชื่อเสียงของบุคคลและองค์กรวิชาชีพ คณะกรรมการบริหารสมาคมนักข่าวฯ มีมติเห็นชอบกับข้อสรุปดังกล่าว และยังตระหนักดีว่า กรณีนี้ได้ส่งผลกระทบต่อการทำหน้าที่ขององค์กรสื่อสารมวลชน นักวิชาชีพสื่อมวลชนโดยรวม จึงรับข้อเสนอแนะของคณะอนุกรรมการแสวงหาข้อเท็จจริงฯ ต่อการป้องกันและแก้ไขปัญหาการคุกคามทางเพศในองค์กรสื่อและ การทำหน้าที่ของสื่อมวลชน โดยจะส่งผลสรุปและข้อเสนอแนะของอนุกรรมการฯ ให้องค์กรวิชาชีพสื่อ เพื่อดำเนินการตามความเหมาะสม และจะมีการหารือกับองค์กรวิชาชีพสื่อที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการสร้างความเชื่อมั่นในกลไกการกำกับดูแลกันเอง และมีวิถีปฏิบัติต่อกลไกอย่างเป็นระบบ รวดเร็วทันกาล ด้วยความเสมอภาคต่อไป คำแถลงสมาคมนักข่าวฯ ระบุ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคณะอนุกรรมการแสวงหาข้อเท็จจริงฯ ชุดนี้ ประกอบด้วย 1รศดรจุรี วิจิตรวาทการ เลขาธิการมูลนิธิองค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย 2รศดรเจษฎ์ โทณะวณิก นักวิชาการทางกฎหมาย 3ผศดรเอื้อจิต วิโรจน์ไตรรัตน์ อดีตผู้อำนวยการโครงการศึกษาและเฝ้าระวังสื่อเพื่อสุขภาวะของสังคม 4นสสุเพ็ญศรี พึ่งโคกสูง คณะอนุกรรมการด้านสิทธิและความเสมอภาคทางเพศ ในคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 5นายนคร ศรีสุโข นักจิตวิทยาคลินิกชำนาญการพิเศษ สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา 6นายทัศนัย ไชยแขวง อุปนายกฝ่ายประชาสัมพันธ์ และอุปนายกฝ่ายต่างประเทศ สภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ทั้งนี้ คณะกรรมการบริหารสมาคมนักข่าวฯ ยังได้มอบหมายให้นายมงคล บางประภา อุปนายกฯ ฝ่ายบริหาร และเลขาธิการ เป็นเลขานุการ และ นสสุมนชยา จึงเจริญศิลป์ กรรมการฝ่ายต่างประเทศ เป็นผู้ช่วยเลขานุการ เพื่อทำหน้าที่ประสานงานด้านธุรการ การจัดทำรายงาน โดยไม่มีอำนาจร่วมตัดสินใจ หรือแสดงความคิดเห็นในกระบวนการทำงานของคณะอนุกรรมการฯ ชุดนี้ จนนำไปสู่ข้อสรุปดังกล่าว บิ๊กตู่ ยันทำตามสัญญา ภารกิจ คสชจบตามโรดแมป ลั่นไม่ใช่คนเลื่อนเลือกตั้ง ชี้เป็นไปตามกฎหมาย ปชป-พทร่วมฉะนายกฯ ตระบัดสัตย์ ผบตรฮึ่มเอาผิดกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย พร้อมสั่งเช็กท่อน้ำเลี้ยง 26 คณาจารย์ มธจี้ คสชหยุดดำเนินคดี We Walk เปิดให้ประชาชนแสดงออกแบบสันติ ที่โรงเรียนเตรียมทหาร จนครนายก เมื่อวันที่ 29 มกราคม พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) ได้มอบโอวาทระหว่างเป็นประธานเนื่องในวันสถาปนาโรงเรียนเตรียมทหารครบรอบปีที่ 60 ว่า จบโรงเรียนเตรียมทหารมากว่า 48 ปีแล้ว แต่งานยังไม่หมด และทุกคนยังมีงานที่ไม่จบ คืองานของคนไทยทุกคน คือทำให้ประเทศชาติบ้านเมืองมีความสงบสุข ตามแนวทางของในหลวง ร9 ที่รับสั่งไว้ อย่าคิดว่าธุระไม่ใช่ โรงเรียนเตรียมทหารเป็นสถาบันหล่อหลอมให้พวกเราเป็นหนึ่งเดียว ในวันนี้เราจำเป็นต้องทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด ให้ประเทศมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน และทำให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากกับดักต่างๆ ในอดีตจนถึงปัจจุบัน เตรียมความพร้อมของประเทศไทยไปสู่ประเทศที่มีคุณภาพ วันแรกที่เราก้าวมาในโรงเรียนเตรียมทหาร เราเจอกับอะไรบ้างในวันนั้น เราอาจจะรู้สึกเหนื่อย เมื่อจบมาแล้วจะเหนื่อยยิ่งกว่า เพราะต้องเผชิญสถานการณ์ต่างๆ ขอให้อดกลั้น อดทน เสียสละ จงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นสิ่งที่โรงเรียนเตรียมทหารได้ปลูกฝังมา อย่าลืมว่า เป็นทหาร ต้องดูแลคนอื่นด้วย ประเทศไทยมีประชากร 70 ล้านคน ย่อมคิดไปในคนละทิศทาง แต่ท้ายสุดต้องหาข้อสรุปว่าประเทศจะอยู่อย่างไรในอนาคต พลอประยุทธ์ระบุ จากนั้นนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ระบุว่าภารกิจยังไม่เสร็จสิ้นว่า ทุกคนมีภารกิจเพื่อประเทศที่ไม่มีวันจบสิ้น ไม่ได้พูดถึง คสช แต่หมายถึงคนไทยทุกคน เพราะทุกคนคือประชารัฐ ประเทศไทยไม่ได้จบวันนี้ ไม่ได้จบแค่สมัยเรา หรือจบในยุค คสช แต่ยังต้องอยู่อีกนานเท่านาน ส่วนภารกิจ คสช จะจบตามโรดแมปที่กำหนดระยะเวลาไว้ เมื่อถามว่า จะจบช่วงเดือน กพ62 หรือไม่ พลอประยุทธ์ตอบว่า ไม่รู้ เพราะเป็นเรื่องกฎหมาย เขาว่ากันเมื่อถามย้ำว่าทำไมถึงไม่สามารถยืนยันระยะเวลาที่ชัดเจนได้ นายกฯ ย้อนถามว่า เรื่องกฎหมายตนบังคับได้ไหมเล่า เขายังไม่จบขั้นตอนไม่ใช่หรือ เพราะต้องประชุมร่วมกันสามฝ่าย และยังมีข่าวว่าจะมีคนไปฟ้องศาลรัฐธรรมนูญ ต้องไปว่ากันตอนนั้น เพราะตนไม่รู้ ไม่ได้เป็นคนยื่น ผู้สื่อข่าวถามว่า ยืนยันหรือไม่ว่าจะเป็นการเลื่อนครั้งสุดท้าย พลอประยุทธ์กล่าวว่า ไม่ได้เป็นคนเลื่อน ดังนั้นไม่มีคำว่าเลื่อนก่อนหรือเลื่อนหลัง เพราะยังไม่ได้เลื่อนอะไรเลย และไม่มีการสร้างสถานการณ์ ซึ่งสื่ออย่าไปทำให้คนอื่นไปสร้างสถานการณ์ ผมเชื่อว่ากรณีนี้จะไม่ส่งผลต่อคะแนนนิยมของรัฐบาล ทีเวลานักการเมืองอยากอยู่นานๆ ไม่เห็นสื่อไปว่าเขาบ้าง ดังนั้นคำสัญญาผมยังเหมือนเดิม จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และทุกอย่างเป็นไปตามโรดแมป ผมสัญญาเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง แต่ยังมีปัญหาที่คนบางกลุ่มบางฝ่ายพยายามจะให้ทุกอย่างกลับมาเป็นแบบเก่า ดังนั้นขอให้เลือกเอาแล้วกันว่าจะเอาแบบผม หรือจะให้กลับมาที่เดิม นายกฯ กล่าวซัด บิ๊กตู่ ตระบัดสัตย์ ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ฝั่งสำนักงาน กพ นายวัชระ เพชรทอง อดีต สสพรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางมามอบป้าย ทำไม? พลเอกประยุทธ์ ไม่รักษาคำพูด ผ่านตัวแทนของศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ เพื่อมอบให้ พลอประยุทธ์ พร้อมระบุว่า ขอให้ พลอประยุทธ์จัดการเลือกตั้งในเดือน พยปี 61 ตามที่เคยให้สัญญาไว้กับประชาชน พลอประยุทธ์จะปฏิเสธว่าไม่ได้สั่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) ไม่ได้ เพราะเป็นคนแต่งตั้ง สนชมากับมือ ถ้าไม่รักษาคำพูดโดยการตระบัดสัตย์ แล้วใครจะเชื่อถือ ขอให้เป็นนายพลที่มีสัจจะ รักษาคำพูดที่ให้ไว้กับประชาชน หากนายกฯ โกหกบ่อยๆ วันหนึ่งกลับบ้านไปภรรยาอาจจะไม่เชื่อคำพูดด้วย นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พลทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุเลื่อนเลือกตั้งแค่ 90 วัน จะอะไรกันนักหนาว่า ความจริงประชาชนน่าจะตั้งคำถามนี้กับพวกท่านมากกว่า เนื้อเพลงบอกว่า เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน ถามว่าทำตามสัญญาตรงไหน ไปประกาศปฏิญญาโตเกียวจะเลือกตั้งปี 2559 ปฏิญญานิวยอร์กจะจัดเลือกตั้งปี 2560 แถลงการณ์ร่วมสหรัฐอเมริกาบอกว่าจะมีการเลือกตั้งในปี 2561 แต่เลื่อนแล้วเลื่อนอีก 4 ปี เลื่อน 4 ครั้ง แล้วขอเวลาอีกไม่นาน 5 ปียังไม่ถือว่านานอีกหรือ ซึ่งประเทศชาติและประชาชนไม่น่าจะได้ประโยชน์จากการเลื่อนการเลือกตั้ง แต่กลุ่มคนที่ถืออำนาจ คนที่อยู่ในตำแหน่งในสภา ในแม่น้ำ 5 สาย ที่รับเงินเดือนหลายทาง การได้อยู่ต่ออย่างน้อย 3 เดือน การันตีได้ค่าตอบแทนเดือนละเป็นแสนต่อไป ก็ไม่แน่ว่าจะมีการเลือกตั้งต้นปี 2562 พลอประยุทธ์ยังไม่ยืนยันเลยว่า กพ2562 จะมีการเลือกตั้ง แก่นของเรื่องนี้คือพวกท่านไม่ทำตามสัญญา ใช้เวลานานมาก เมื่อพูดอะไรจึงขาดความน่าเชื่อถือ คนไม่เชื่อมั่น สะท้อนผ่านโพลและดัชนีตลาดหลักทรัพย์ คนไทยมองไม่เห็นอนาคตว่า คสชจะเปิดให้มีการเลือกตั้งหรือไม่ เลือกตั้งเมื่อไหร่ ไม่มีหลักประกันใดๆ ทั้งสิ้น การพูดว่าเลื่อนเลือกตั้งแค่ 90 วัน อะไรกันนักหนา จึงเป็นการไม่ให้เกียรติและไม่เคารพความรู้สึกของประชาชน ไม่สำรวจดูสิ่งที่พวกท่านทำหรือไม่ นายอนุสรณ์กล่าว นพเหวง โตจิราการ อดีต สสบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง กล่าวว่า พลทสรรเสริญพูดถึงการเลื่อนเลือกตั้งออกไป 90 วัน เป็นการสะท้อนให้เห็นแก่นแท้จิตวิญญาณของพวกเผด็จการอย่างกระจ่างแจ้งที่สุด เพราะพวกเผด็จการ เป็นพวกที่ไม่ให้ค่าไม่ให้ราคาประชาธิปไตยแม้แต่นิด ไม่ให้ความสำคัญกับสิทธิเสรีภาพเสมอภาคและความเท่าเทียมกันของมนุษยชาติแม้แต่น้อย แต่สำหรับผู้รักประชาธิปไตยแล้ว เผด็จการแม้แต่วินาทีเดียวก็ยอมไม่ได้ ประชาธิปไตยช้าไปแม้วินาทีเดียว ย่อมหมายถึงสิทธิเสรีภาพเสมอภาคและความเท่าเทียมกันระหว่างมนุษย์หายไปในเวลาเท่าเทียมกันเช่นกัน นายพายัพ ปั้นเกตุ อดีต สสบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีสัญญาณเข้าสู่โหมดการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะปลายปีนี้หรือต้นปี 62 แต่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต) ยังไม่ได้ดำเนินการเร่งรัดเอาผู้กระทำผิดขัดขวางการเลือกตั้งปี 57 มาลงโทษ โดยศาลตัดสินมีแต่ระดับชาวบ้าน ปลาซิวปลาสร้อยเพียง 59 คน จากทั้งหมด 363 คน ใน กทม 62 คน และต่างจังหวัด 111 คน ยังเหลือระดับแกนนำสำคัญๆ อีกเป็นจำนวนมากถึง 141 คน นอกจากนั้นยังมีเจ้าหน้าที่ กกตที่เข้าข่ายจงใจละทิ้งไม่จัดการเลือกตั้งอีก 761 คน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พลตอจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบตร) กล่าวถึงกรณีอาจมีมือที่สามจะเข้ามาปั่นป่วนกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตยนัดชุมนุมแสดงพลังต่อต้าน คสชบริเวณลานสกายวอล์กว่า หากเขากล้าออกมาเดินอย่างนี้ เรื่องมือที่สามเขาไม่กลัวหรอก และยังไม่กลัวกฎหมายเลย ที่ผ่านมาพวกไหนล่ะที่ทำกฎหมายให้ไม่เป็นกฎหมาย มีทั้งคำสั่ง คสช และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 แต่ยังท้าทายกัน สำหรับการชุมนุมเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมานั้น เจ้าหน้าที่ก็ดูอยู่ เชื่อว่ามีการกระทำความผิด กลุ่มที่ออกมาเจ้าหน้าที่มีข้อมูลอยู่แล้ว ส่วนจะมีการตรวจสอบท่อน้ำเลี้ยงด้วยหรือไม่นั้น ได้สั่งให้ตรวจสอบทุกมิติ วันที่ 10 กพ กลุ่มดังกล่าวนัดชุมนุมกันอีกนั้น กำลังให้ พลตอศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบตร และทหารดูอยู่ ถ้าเข้าข้อกฎหมายว่ากันไปตามนั้น เพราะกลัวมาตรา 157 มากกว่า หากไม่ทำอะไรสักอย่างบ้านเมืองจะอยู่กันอย่างไร กลุ่มนั้นก็ออก กลุ่มนี้ก็ออก กฎหมายท้าทายไม่ได้ อะไรที่ขัดคำสั่ง คสช ผิดกฎหมายก็ดำเนินการ ให้ไปสู้กันที่ศาล ใครผิดกฎหมายเอาหมด จะจุดยืนหรือเรื่องส่วนตัว หรือรับงานใครมาก็ว่ากันไป ตัวอย่างในอดีตที่ผ่านมาเห็นกันอยู่ แกนนำทุกม็อบทุกสีเป็นอย่างไร ระวังกันด้วยกฎหมายไม่เข้าใครออกใคร ผบตรระบุบี้หยุดเล่นงาน We Walk ที่กองบัญชาการกองทัพบก นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รักษาการรองอธิการบดีฝ่ายความยั่งยืนและบริหารศูนย์รังสิต ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่มายื่นหนังสือผ่านสำนักงานเลขานุการกองทัพบก ถึงหัวหน้า คสช ให้พิจารณาทบทวนการดำเนินคดีกับผู้จัดกิจกรรม เดินมิตรภาพ โดยท้ายหนังสือมีอาจารย์ร่วมลงชื่อทั้งหมด 26 คน ทั้งนี้ เนื้อหาหนังสือระบุว่า ตามที่กลุ่มองค์กรภาคประชาชนต่างๆ ในนามของ People Go Network ได้จัดกิจกรรม We Walk เดินมิตรภาพ เพื่อรณรงค์เรื่องหลักประกันสุขภาพ ทรัพยากร ความมั่นคงทางอาหาร และสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ โดยเริ่มต้นกิจกรรมที่วิทยาลัยพัฒนาศาสตร์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เมื่อวันที่ 20 มคที่ผ่านมานั้น คสชได้ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินคดีผู้จัดกิจกรรมจำนวน 8 คน ในข้อหาฝ่าฝืนประกาศ คสช ฉบับที่ 3/2558 ที่ห้ามมิให้มั่วสุมประชุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป โดยหนึ่งในจำนวนนั้นเป็นอาจารย์ที่เป็นคณบดีคณะหนึ่งของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ด้วย ในฐานะที่กิจกรรมนี้เริ่มต้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รองอธิการบดีที่รับผิดชอบพื้นที่ศูนย์รังสิตร่วมผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประกอบด้วย รองอธิการบดี 4 คน คณบดี 10 คณะ ผู้อำนวยการสถาบัน 5 สถาบัน และผู้ช่วยอธิการบดี 10 คน จึงใคร่ขอแสดงความคิดเห็นดังต่อไปนี้ 1รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พศ2557 ได้สิ้นสภาพลงไปแล้ว นับแต่วันที่รัฐธรรมนูญ พศ2560 ประกาศใช้เมื่อวันที่ 6 เมย2560 ดังนั้น คำสั่ง คสชที่ 3/2558 ที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 44 จึงควรต้องทบทวนที่จะบังคับใช้ต่อไป มิเช่นนั้นแล้ว จะเท่ากับว่ารัฐธรรมนูญฉบับถาวรที่รับรองสิทธิเสรีภาพของประชาชน ซึ่งผ่านการลงประชามติและประกาศใช้แล้ว ยังคงไม่มีผลบังคับใช้ 2ประเทศไทยกำลังเดินหน้าตามโรดแมปกลับสู่สภาวะปกติ คสชจึงควรเปิดกว้างมากขึ้น และให้ประชาชนมีสิทธิและเสรีภาพภายในขอบเขตของกฎหมายและภายใต้รัฐธรรมนูญมากขึ้น การแสดงออกของประชาชนภายในขอบเขตของกฎหมายปกติ และโดยสันติวิธี จึงเป็นสิ่งที่ควรได้รับการสนับสนุน 3การจัดกิจกรรม We Walk เดินมิตรภาพ ที่กำลังเดินไปตามถนนมิตรภาพ โดยมีปลายทางที่จังหวัดขอนแก่นนั้น เป็นกิจกรรมรณรงค์ประเด็นทางสังคมโดยใช้วิธีการเดินรณรงค์ ทำนองเดียวกับการจัดวิ่ง หรือขี่จักรยาน ไม่ควรถือว่าเป็นการมั่วสุมประชุมทางการเมือง และเมื่อศาลปกครองได้มีคำสั่งให้คุ้มครองชั่วคราว ห้ามเจ้าหน้าที่ตำรวจปิดกั้นขัดขวางการใช้เสรีภาพในการชุมนุม และต้องอำนวยความสะดวกปลอดภัยในการชุมนุม จึงไม่ควรมีการดำเนินคดีด้วยข้อหาฝ่าฝืนคำสั่ง คสชที่ 3/2558 อีก ดังนั้นจึงขอให้ คสชทบทวนการดำเนินการกับผู้จัดกิจกรรมทั้ง 8 คน รวมถึงผ่อนปรนการแสดงออกของประชาชนที่เป็นไปอย่างสันติ สำหรับรายชื่ออาจารย์ที่ร่วมลงชื่อ 26 คน อาทิ นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล นายชาลี เจริญลาภนพรัตน์ รักษาการรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ, แพทย์หญิงอรพรรณ โพชนุกูล รักษาการอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษา, นายกิตติ ประเสริฐสุข รักษาการรองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์, นายศุภสวัสดิ์ ชัชวาล คณบดีคณะรัฐศาสตร์, นางอัจฉรา ปัณฑรานุวงศ์ คณบดีคณะวารสารศาสตร์และสื่อมวลชน และนายจิตติ มงคลชัยอรัญญา คณบดีวิทยาลัยพัฒนาศาสตร์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ เป็นต้น

อ่าน(272) | แสดงความคิดเห็น(889) | ส่งต่อ(140) |
ฝากของไว้ให้เจ้าของ!~~

จักรพรรดิซ่งเกาจง 2021-06-20

วัด Jiuyuan ผมทราบว่ายังมีเด็กอีกหลายคนที่โดนล่วงละเมิดจาก ผอคนนี้ แต่เขายังไม่ออกมา ซึ่งขณะนี้โผล่มา 3-4 คน และทราบข่าวว่ายังมีโรงเรียนเอกชนด้วย ผมเรียนว่าประเด็น ผอคนนี้ ถ้าจะไม่ผิดเลยน่าจะเป็นไปไม่ได้ และมาตรฐานโทษอย่างนี้ถือว่าร้ายแรง

บิ๊กตู่ ปัดไม่เกี่ยวโพลนาฬิกาหรูโดนเบรก อานนท์ ยื่นหนังสือลาออกพ้น ผอนิด้าโพล ระบุรับไม่ได้สั่งเซ็นเซอร์ตัวเอง ย้ำผลสำรวจสะท้อนความเห็นประชาชนไม่ใช่ชี้นำ คณาจารย์นิด้า อัด อธิการบดี แทรกแซงการทำงาน อภิสิทธิ์ ห่วงเสรีภาพทางวิชาการ เชื่อเรื่องนี้บานปลาย ศุลกากร ลั่นพร้อมตรวจสอบภาษีนาฬิกาประวิตร เมื่อวันจันทร์ พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) กล่าวถึงกรณีนายอานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ ผู้อำนวยการศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ประกาศลาออกจากตำแหน่งหลังถูกระงับการเผยแพร่ผลการสำรวจความคิดเห็นประเด็นนาฬิกาหรูของ พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมวกลาโหม ว่าเป็นเรื่องของผู้อำนวยการคนดังกล่าวแล้วเกี่ยวอะไรกับตน ผมก็เห็นข่าวจากทางโซเชียลมีเดียแล้ว เขาบอกว่าไม่ได้ถูกบังคับ ใครจะว่าอะไรก็ว่าไป สื่อก็ขยายความให้เขาไปเรื่อยๆ ก็แล้วกัน บ้านเมืองจะได้ไม่สงบดีไง พลอประยุทธ์กล่าว ขณะที่นายอานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์สาขาวิชา Business Analytics and Intelligence สาขาวิชาวิทยาการประกันภัยและการบริหารความเสี่ยง คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ในฐานะผู้อำนวยการนิด้าโพล ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งแล้ว หลังถูกเบรกการเผยแพร่ผลสำรวจความเห็นเรื่องนาฬิกาหรู นายอานนท์กล่าวว่า สาเหตุที่ลาออกเพราะยอมรับไม่ได้กับการเซ็นเซอร์ตัวเองของมหาวิทยาลัย ไม่ได้เกี่ยวกับการมีคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช)แต่อย่างใด เพราะมหาวิทยาลัยมีหน้าที่ชี้นำสังคม และการทำโพลก็เป็นการสะท้อนความคิดเห็นในเวลาขณะนั้น ซึ่งส่วนตัวมองว่าโพลเรื่องนาฬิกาหรูก็ไม่ได้เป็นการชี้นำแต่อย่างใด เนื่องจากไม่แตกต่างจากการทำโพลกรณีการเมืองอื่นๆ เช่น นสยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ประเด็นทุจริตจำนำข้าว ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล เป็นต้น ผมรับกับการเลือกปฏิบัติเช่นนี้ไม่ได้ การทำโพลการเมืองก็ไม่มีความแตกต่างกันเลย จึงไม่เห็นเหตุผลใดที่ต้องเซ็นเซอร์ตัวเอง ซึ่งเป็นเรื่องเลวร้ายยิ่งกว่าการปิดโทรทัศน์ แท่นพิมพ์ หรือมหาวิทยาลัยเสียอีก เพราะหากผิดก็ยังเปิดใหม่ได้ เพราะมีจิตวิญญาณที่จะพูดความจริง รักษาสิ่งที่ถูกต้อง สร้างปัญญาให้แก่สังคม แต่การเซ็นเซอร์ตัวเองก็เท่ากับไม่มีแล้ว ทั้งที่นิด้ามีปรัชญาคือ สร้างปัญญาเพื่อการเปลี่ยนแปลง (Wisdom for change) นายอานนท์กล่าว อดีต ผอนิด้าโพลกล่าวว่า เรื่องการลาออกจะมีผลเมื่อไรนั้น ขึ้นกับอธิการบดี แต่เบื้องต้นยังไม่ได้มีการพูดคุยกับอธิการบดี และอธิการบดีก็ยังไม่ได้โทรศัพท์มาพูดคุยแต่อย่างใด ซึ่งการมาเป็น ผอนิด้าโพลของตนนั้นอาจเป็นเพราะตนตามประเด็นเรื่องการเมือง สังคม และเศรษฐกิจ มีความรู้ด้านสถิติค่อนข้างดี และเรื่องการทำวิจัยสำรวจ รู้วิธีในการสื่อสาร อย่างไรก็ตาม หลังการลาออกตนก็กลับมาทำหน้าที่อาจารย์สอนตามเดิม หากต้องมานั่งเป็น ผอทั้งที่ปราศจากเสรีภาพทางวิชาการ ความซื่อตรงทางวิชาการ ไม่มีความกล้าหาญทางจริยธรรม ผมก็ไม่รู้ว่าจะมาเป็น ผอนิด้าโพลที่มีหน้าสะท้อนความคิดเห็นสังคมไปทำไม และคงไม่สามารถตอบคำถามลูกน้องที่ทำงานหนักในการทำโพลให้ทันเวลาได้ อดีต ผอนิด้าโพลกล่าว ถามถึงผลสำรวจเรื่องนาฬิกาหรู นายอานนท์กล่าวว่า คงต้องถามไปยังทางอธิการบดี เพราะเป็นคนสั่งระงับเผยแพร่ผลโพล หรือไม่ทางสังคมเองก็ต้องกดดันให้มีการเปิดเผย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่นายอานนท์จะไปยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่ง ผอนิด้าโพล ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Arnond Sakworawich ระบุว่า สงสารและเห็นใจ เสธไก่อูมาก ที่ต้องงงเป็นไก่ตาแตก เพราะเรื่อง self censor แทรกแซงเสรีภาพทางวิชาการในนิด้า โดยที่รัฐบาลไม่ได้รู้เรื่องด้วยเลย จากนั้น อดีต ผอนิด้าโพลยังโพสต์ข้อความอีกครั้ง ระบุ รู้สึกขอบพระคุณที่มีเพื่อนอาจารย์ รุ่นพี่ รุ่นน้อง อีกหลายมหาวิทยาลัยชั้นนำในกรุงเทพมหานคร ที่เห็นคุณค่าของเผือกร้อนสุดๆ อย่างตัวผมในเวลานี้ ได้มีน้ำใจเอื้อเฟื้อให้ผมย้ายไปสอนมหาวิทยาลัยเก่าแก่ของไทย ทั้งมหาวิทยาลัยที่เป็น alma mater และที่อื่นๆ ในสาขาวิชาที่ผมไม่ได้จบมาในสาขาวิชานั้นๆ โดยตรง และในสาขาวิชาที่ใกล้เคียงกันกับที่ผมสอนอยู่เดิม ได้ชักชวนเชื้อเชิญให้ผมเปลี่ยนที่ทำงานไปสอนที่มหาวิทยาลัยอื่นๆ และพยายามมองว่าตัวผมจะพอสอนวิชาอะไรได้บ้าง ถึงแม้จะไม่ได้จบมาโดยตรง จะทำอะไรได้บ้าง ผมขอน้อมรับไว้ด้วยความตื้นตันใจ แต่ผมยังไม่คิดจะย้ายไปที่ไหนทั้งสิ้น ผมเองก็จบจากนิด้า แต่ที่สำคัญที่สุดคือการทำงานที่คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เป็นการทำงานทุกวันเพื่อสนองพระราชดำริในการจัดตั้งคณะโดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ผมยังจะทำงานที่คณะสถิติประยุกต์ ที่นิด้าต่อไปครับ ส่วนนายพิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต คณบดีคณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้น แม้นายอานนท์จะลาออกไปแล้ว แต่ก็ยังไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะจบหรือไม่ และทางสภาคณาจารย์นิด้าจะดำเนินการกันต่อไปอย่างไร แต่ในส่วนของประชาคมคณาจารย์นิด้าในช่วงวันที่ผ่านมา ยังไม่ได้พูดคุยกันว่ามีความเห็นต่อเรื่องนี้อย่างไร เพราะเป็นวันที่นิด้าติดงานรับปริญญาของสถาบัน เลยยังไม่ได้คุยกับอาจารย์นิด้าคนอื่นๆ หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว รู้สึกกังวล เพราะทำให้ต่อจากนี้คนที่จะเข้าไปเป็น ผอนิด้าโพลคนใหม่ ก็คงไม่มีใครอยากไปเป็น เพราะไปเป็น ผอนิด้าโพลแล้วต้องมาถูกแทรกแซงการทำงาน ต้องไปอยู่ภายใต้การกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดแบบนี้ คนจะมาเป็น ผอนิด้าโพลก็ลำบาก อาจารย์ที่จะไปเป็น ผอนิด้าโพลก็คงไม่อยากไป แต่ก็อาจมีบางคนที่มีความใกล้ชิดสนิทสนมกับอธิการฯ ก็อาจจะไปเป็นก็ได้ จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้อาจารย์ได้รู้แนวคิดของผู้บริหารนิด้าจากที่ไม่เคยรู้มาก่อนด้วย นายพิชายกล่าว สำนักข่าวอิศรา wwwisranewsorg รายงานว่า การสำรวจความเห็นของศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล ได้จัดทำตามปกติ โดยสำรวจจากคอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์ไปสอบถามความเห็นจากประชาชนโดยตรงด้วยกรณีดังกล่าวมีกลุ่มตัวอย่าง 1,250 คน และในคำถามไม่ได้มีการระบุชื่อของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด เนื่องจากการสำรวจความเห็นในลักษณะดังกล่าวอาจจะส่งผลกระทบต่อบุคคลที่สามได้ จึงเลือกสอบถามแบบไม่ระบุชื่อ แหล่งข่าวจากนิด้าให้ข้อมูลสำนักข่าวอิศราว่า คำถามในแบบสำรวจในสัดส่วนแรกคือ ถามข้อมูลทั่วไปตามแบบฟอร์มของแบบสำรวจความเห็น เช่น เพศ อายุ การศึกษา เป็นต้น ก่อนที่จะสอบถามในคำถามที่ได้ตั้งประเด็นเอาไว้ โดยในกรณีนี้มีเพียง 4 คำถาม เนื่องจากการสำรวจความคิดเห็นไม่จำเป็นต้องสอบถามข้อมูลจำนวนมาก โดยทั้ง 4 คำถามมีเนื้อหาดังนี้ 1เพื่อนสนิทเคยให้ยืมนาฬิกาหรูหรือไม่ ซึ่งผลสำรวจร้อยละ 90 บอกว่าไม่เคย 2ผู้ถือครองนาฬิกาบอกว่าเพื่อนให้ยืมมาคิดว่าพูดจริงหรือไม่ คำตอบส่วนใหญ่คือ ไม่เชื่อ 3คิดว่าคนที่พูดโกหกมีแนวโน้มการทุจริตหรือไม่ คำตอบส่วนใหญ่คือ ใช่ 4รับได้หรือไม่ที่รุ่นน้องช่วยรุ่นพี่ปกปิดเรื่องดังกล่าว คำตอบคือ รับไม่ได้ ทั้งนี้ แม้คำถามในแบบสำรวจความคิดเห็นของนิด้าโพลไม่ได้ระบุชื่อ พลอประวิตร แต่ผู้ตอบคำถามสามารถเข้าใจคำถามได้ว่าหมายถึงใคร เนื่องจากข่าวพลอประวิตรถือครองนาฬิกาหรูหลายเรือนอยู่ในความสนใจของประชาชน และสื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวมาแล้วเกือบ 2 เดือน อีกทั้งสื่อต่างประเทศก็ยังนำไปทำสกู๊ปข่าวอีกด้วย ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป) กล่าวว่า การลาออกของ ผอนิด้าโพล ทำให้คนไม่แน่ใจว่าไปเกี่ยวกับ คสชหรือไม่ ทำให้ คสชติดลบไปด้านแล้ว เรื่องนี้น่าหนักใจ เพราะไม่เป็นผลดีกับใคร ความจริงควรให้เป็นไปตามปกติ ซึ่งไม่ได้เป็นปัญหา เมื่อสำรวจความคิดเห็นถูกต้องตามหลักวิชาการก็เผยแพร่ไป โปร่งใสชัดเจน ถามว่าอะไร ตอบว่าอะไร และไม่ได้เป็นส่วนที่จะบอกว่าคนนั้นถูกหรือคนนี้ถูก เพราะผมก็เห็นการสำรวจหลายสำนัก เวลาเกิดเหตุการณ์อะไรที่บอกว่าเชื่อคนนั้นหรือไม่ ชอบคนนี้หรือไม่ คิดว่าใครต้องเป็นคนรับผิดขอบเรื่องนั้นเรื่องนี้ ก็เห็นทำงานกันอยู่ตลอดเวลา ก็ควรทำให้เป็นเรื่องปกติ นายอภิสิทธิ์กล่าว ซักว่า โพลดังกล่าวถูกมองชี้นำประชาชนเรื่องนาฬิกาไปยืมเพื่อนมา ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) กำลังตรวจสอบอยู่ หัวหน้าพรรค ปชปกล่าวว่า ปปชต้องตัดสินตามพยานหลักฐาน และมีมาตรฐานของตัวเอง และต้องชี้แจง ประชาชนจะเชื่อหรืออย่างไรก็ตาม แต่องค์กรอิสระก็ต้องตรงไปตรงมา อาจมีแรงกดดัน ก็เป็นเรื่องปกติธรรมดา ก็เหมือนกับทุกคดีที่เกิดขึ้นกับพระหรือดาราที่มีชื่อเสียง อย่างไรก็มีแรงกดดันอยู่แล้ว เพราะว่ามีทั้งคนที่เชื่อ ที่ชอบ ก็ต้องว่ากันไป ถ้าเราปล่อยให้แต่ละฝ่ายทำหน้าที่กันเสียก็หมดเรื่อง ตรงนั้นก็กลับมาเรื่องเดิม เรื่องพวกนี้ป้องกันได้หมดหากว่าเรามีความโปร่งใส มีความรับผิดชอบแต่แรก ถ้าปล่อยให้มีความคลุมเครือ สุดท้าย ปปชตัดสินออกมา ปปชก็อาจกลายเป็นจำเลยไปด้วย หัวหน้าพรรค ปชปกล่าว นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เรื่องนี้ความสำคัญไม่ได้อยู่ที่ตัว ผอนิด้า แต่ความสำคัญอยู่ที่เรากำลังกังวลเรื่องเสรีภาพทางวิชาการ และความกังวลที่ทำให้รู้สึกว่าถ้าบรรยากาศของบ้านเมืองบางเรื่องแตะต้องไม่ได้ ตรวจสอบไม่ได้ ไม่เป็นผลดีมากกว่า ถ้าคลายตรงนี้ได้ สถานการณ์ก็จะดีขึ้น และเห็นว่าการเผยแพร่ผลสำรวจที่ชัดเจนน่าจะมีผลกระทบน้อยกว่าเยอะในทุกๆ ด้าน นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ยังให้สัมภาษณ์ผ่านรายการต้องถาม กรณีมูลนิธิองค์กรเพื่อความโปร่งใสออกจากการเป็นภาคีขององค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ ว่า เป็นเรื่องที่อยากได้คำตอบเช่นกันว่าทำไมถึงถอนตัว มูลนิธิดังกล่าวเป็นเอกชน และไม่เกี่ยวกับภาครัฐใดๆ ทั้งสิ้น แต่เป็นเรื่องสำคัญและต้องจับตา เพราะองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติเป็นองค์กรที่จัดอันดับและให้คะแนนประเทศต่างๆ เกี่ยวกับความโปร่งใสมาช้านาน แต่ปรากฏว่ามูลนิธิของไทยกลับถอนตัวจากการเป็นภาคี คำถามคือ ทำไมต้องถอนตัว ซึ่งจากคำชี้แจงทราบว่ามีปัญหาการทำงานที่องค์กรนานาชาติไม่ค่อยเข้าใจวัฒนธรรมไทยและมีอคติ นายอภิสิทธิ์กล่าว วันเดียวกัน นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวถึงกรณีมีการเรียกร้องให้กรมศุลกากรตรวจสอบการเสียภาษีการนำเข้านาฬิกาหรูของ พลอประวิตร มีการเสียภาษีอย่างถูกต้องหรือไม่ รวมทั้งให้มีการแสดงที่มาของนาฬิกาแต่ละเรือนอย่างชัดเจนว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับหนังสือใดๆ เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว แต่หากมีหนังสือมาถึง ก็ต้องขอดูในรายละเอียดก่อน ซึ่งก็พร้อมจะดำเนินการตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายภายใต้หน้าที่ของกรมศุลกากรอย่างเคร่งครัดทุกอย่าง นายกุลิศกล่าวว่า ถ้ามีการตรวจสอบเบื้องต้นอาจต้องมีการพิจารณาหลักฐานเกี่ยวกับการได้มาของนาฬิกาสำหรับบุคคลที่เป็นเจ้าของว่าซื้อมาเมื่อไหร่ ราคาเท่าไหร่ ต้องไปดูว่าเป็นการลักลอบนำเข้ามาหรือไม่ โดยทั้งหมดต้องมาพิจารณาในรายละเอียดตามหลักกฎหมายกรมศุลกากรด้วยว่าบุคคลที่ซื้อนาฬิกาเข้ามาแล้วจะสามารถตรวจสอบอะไรได้บ้าง เข้าใจว่าหลังจากนี้จะมีการอ้างข้อกฎหมายมาตราต่างๆ เพื่อให้กรมศุลกากรเข้าไปตรวจสอบในแต่ละจุด ซึ่งยืนยันจะต้องดูตามหลักของกฎหมายว่าสามารถทำอะไรได้บ้าง รวมทั้งกระบวนการตรวจสอบจะต้องไม่ไปซ้ำซ้อนกับหน่วยงานที่ได้ดำเนินการอยู่ โดยเฉพาะปปช อธิบดีกรมศุลกากรกล่าว

สามชั่วอายุคน 2021-06-20 00:43:57

อุตุฯเตือนไทยตอนบนอากาศแปรมปรวน ฝนตกก่อนหนาวเย็นอุณหภูมิลด3-5องศาฯ 30 มกราคม พศ 2561 เวลา 08:54 น

สูงขึ้น 2021-06-20 00:43:57

อุตุฯเตือนไทยตอนบนอากาศแปรมปรวน ฝนตกก่อนหนาวเย็นอุณหภูมิลด3-5องศาฯ 30 มกราคม พศ 2561 เวลา 08:54 น ,30 มค 2561- เมื่อเวลา 0:10 น รตทคุณภัทร ผิวบัวคำ รองสารวัตรสอบสวน สภเมืองอ่างทอง ได้รับแจ้งเหตุจากศูนย์กู้ชีพจังหวัดอ่างทอง หลังจากได้รับแจ้งว่ามีเหตุทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธมีดจนทำให้มีผู้เสียชีวิต จำนวน 1 ราย บริเวณบ้านเลขที่ 7/5 หมู่ที่ 1 ตำบลศาลาแดง อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง หลังได้รับแจ้งจึงรายงานให้ พตอประสาทพร ศรีสุโข ผู้กำกับการ สภเมืองอ่างทอง พตทบุญสม ใบละมุด สารวัตรสืบสวน สภเมืองอ่างทอง รีบรุดไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภเมืองทอง เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดอ่างทอง แพทย์ พยาบาล โรงพยาบาลทอง และเจ้าหน้าที่อาสากู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู และมูลนิธิปอเต็กตึ้ง。ปรับขึ้น 3 จังหวัด ได้แก่ ภูเก็ต ชลบุรี และระยอง อัตราขั้นต่ำอยู่ที่ 330 บาท โดยค่าเฉลี่ยทั้ง 77 จังหวัดโดยมีการปรับค่าแรงต่ำสุด 5 บาท และสูงสุด 22 บาท ซึ่งค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 31597 บาท。

จินมู่ตี้ 2021-06-20 00:43:57

13โครงการยักษ์จ่อเข้าครม รถไฟทางคู่เกือบ4แสนล้าน 30 มกราคม พศ 2561 เวลา 09:03 น ,ชมรมผู้สูงอายุ ตัวช่วย วัยเก๋าชายแดนใต้เสียลูกหลาน 30 มกราคม พศ 2561 เวลา 00:01 น นับเป็นบาดแผลทางใจสำหรับผู้สูงวัยชาว จยะลา ที่ลูกสาวคนเดียวต้องเสียชีวิตจากเหตุการณ์ระเบิดในตลาดสดจากกลุ่มผู้ไม่หวังดี จนทำให้ผู้ที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่บาดเจ็บกว่า 20 ราย และมีผู้เสียชีวิต 3 ราย ประกอบกับผู้สูงวัยรายดังกล่าวป่วยเป็นโรคหัวใจหลังได้รับการผ่าตัด ทำให้ใช้ชีวิตได้ไม่เหมือนเดิม ซ้ำร้ายยังต้องเสียลูกสาวซึ่งเป็นหัวหน้าครอบครัวไป สิ่งที่เกิดขึ้นล้วนสร้างความทุกข์ทรมานใจให้กับคุณป้าเคราะห์ร้าย ถึงขั้นออกปากจะอยู่ต่อไปอย่างไรเพียงลำพัง เพราะเอาอะไรมาแลกก็ไม่คุ้มกับความสูญเสียดังกล่าว สิ่งที่ละเลยไม่ได้คือการดูแลผู้สูงวัยกลุ่มนี้ ทั้งสุขภาพและจิตใจที่ต้องเร่งฟื้นฟูให้แข็งแรง เพื่อให้ท่านสามารถที่จะใช้ชีวิตอยู่ต่อไปได้ แม้การยุติปัญหาต้องแก้ที่ความปรองดองกันทุกฝ่ายก็ตาม。ศึกษาธิการจังหวัดสั่งตั้ง กกสอบวินัยร้ายแรง ผอฉาว แต่ทอดเวลายาวตามระเบียบถึง 4 เดือน เจ้าตัวส่งใบแพทย์ลาป่วยปอดอักเสบ เตรียมส่งทีมสหวิชาชีพสอบปากคำ นรม2 เตือนแม่ถ้ายังกีดกันจะใช้อำนาจตามกฎหมาย。

ส้มโอ หลวง เงา ซินญ่า 2021-06-20 00:43:57

บิ๊กตู่ ปัดไม่เกี่ยวโพลนาฬิกาหรูโดนเบรก อานนท์ ยื่นหนังสือลาออกพ้น ผอนิด้าโพล ระบุรับไม่ได้สั่งเซ็นเซอร์ตัวเอง ย้ำผลสำรวจสะท้อนความเห็นประชาชนไม่ใช่ชี้นำ คณาจารย์นิด้า อัด อธิการบดี แทรกแซงการทำงาน อภิสิทธิ์ ห่วงเสรีภาพทางวิชาการ เชื่อเรื่องนี้บานปลาย ศุลกากร ลั่นพร้อมตรวจสอบภาษีนาฬิกาประวิตร เมื่อวันจันทร์ พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) กล่าวถึงกรณีนายอานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ ผู้อำนวยการศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ประกาศลาออกจากตำแหน่งหลังถูกระงับการเผยแพร่ผลการสำรวจความคิดเห็นประเด็นนาฬิกาหรูของ พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมวกลาโหม ว่าเป็นเรื่องของผู้อำนวยการคนดังกล่าวแล้วเกี่ยวอะไรกับตน ผมก็เห็นข่าวจากทางโซเชียลมีเดียแล้ว เขาบอกว่าไม่ได้ถูกบังคับ ใครจะว่าอะไรก็ว่าไป สื่อก็ขยายความให้เขาไปเรื่อยๆ ก็แล้วกัน บ้านเมืองจะได้ไม่สงบดีไง พลอประยุทธ์กล่าว ขณะที่นายอานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์สาขาวิชา Business Analytics and Intelligence สาขาวิชาวิทยาการประกันภัยและการบริหารความเสี่ยง คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ในฐานะผู้อำนวยการนิด้าโพล ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งแล้ว หลังถูกเบรกการเผยแพร่ผลสำรวจความเห็นเรื่องนาฬิกาหรู นายอานนท์กล่าวว่า สาเหตุที่ลาออกเพราะยอมรับไม่ได้กับการเซ็นเซอร์ตัวเองของมหาวิทยาลัย ไม่ได้เกี่ยวกับการมีคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช)แต่อย่างใด เพราะมหาวิทยาลัยมีหน้าที่ชี้นำสังคม และการทำโพลก็เป็นการสะท้อนความคิดเห็นในเวลาขณะนั้น ซึ่งส่วนตัวมองว่าโพลเรื่องนาฬิกาหรูก็ไม่ได้เป็นการชี้นำแต่อย่างใด เนื่องจากไม่แตกต่างจากการทำโพลกรณีการเมืองอื่นๆ เช่น นสยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ประเด็นทุจริตจำนำข้าว ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล เป็นต้น ผมรับกับการเลือกปฏิบัติเช่นนี้ไม่ได้ การทำโพลการเมืองก็ไม่มีความแตกต่างกันเลย จึงไม่เห็นเหตุผลใดที่ต้องเซ็นเซอร์ตัวเอง ซึ่งเป็นเรื่องเลวร้ายยิ่งกว่าการปิดโทรทัศน์ แท่นพิมพ์ หรือมหาวิทยาลัยเสียอีก เพราะหากผิดก็ยังเปิดใหม่ได้ เพราะมีจิตวิญญาณที่จะพูดความจริง รักษาสิ่งที่ถูกต้อง สร้างปัญญาให้แก่สังคม แต่การเซ็นเซอร์ตัวเองก็เท่ากับไม่มีแล้ว ทั้งที่นิด้ามีปรัชญาคือ สร้างปัญญาเพื่อการเปลี่ยนแปลง (Wisdom for change) นายอานนท์กล่าว อดีต ผอนิด้าโพลกล่าวว่า เรื่องการลาออกจะมีผลเมื่อไรนั้น ขึ้นกับอธิการบดี แต่เบื้องต้นยังไม่ได้มีการพูดคุยกับอธิการบดี และอธิการบดีก็ยังไม่ได้โทรศัพท์มาพูดคุยแต่อย่างใด ซึ่งการมาเป็น ผอนิด้าโพลของตนนั้นอาจเป็นเพราะตนตามประเด็นเรื่องการเมือง สังคม และเศรษฐกิจ มีความรู้ด้านสถิติค่อนข้างดี และเรื่องการทำวิจัยสำรวจ รู้วิธีในการสื่อสาร อย่างไรก็ตาม หลังการลาออกตนก็กลับมาทำหน้าที่อาจารย์สอนตามเดิม หากต้องมานั่งเป็น ผอทั้งที่ปราศจากเสรีภาพทางวิชาการ ความซื่อตรงทางวิชาการ ไม่มีความกล้าหาญทางจริยธรรม ผมก็ไม่รู้ว่าจะมาเป็น ผอนิด้าโพลที่มีหน้าสะท้อนความคิดเห็นสังคมไปทำไม และคงไม่สามารถตอบคำถามลูกน้องที่ทำงานหนักในการทำโพลให้ทันเวลาได้ อดีต ผอนิด้าโพลกล่าว ถามถึงผลสำรวจเรื่องนาฬิกาหรู นายอานนท์กล่าวว่า คงต้องถามไปยังทางอธิการบดี เพราะเป็นคนสั่งระงับเผยแพร่ผลโพล หรือไม่ทางสังคมเองก็ต้องกดดันให้มีการเปิดเผย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่นายอานนท์จะไปยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่ง ผอนิด้าโพล ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Arnond Sakworawich ระบุว่า สงสารและเห็นใจ เสธไก่อูมาก ที่ต้องงงเป็นไก่ตาแตก เพราะเรื่อง self censor แทรกแซงเสรีภาพทางวิชาการในนิด้า โดยที่รัฐบาลไม่ได้รู้เรื่องด้วยเลย จากนั้น อดีต ผอนิด้าโพลยังโพสต์ข้อความอีกครั้ง ระบุ รู้สึกขอบพระคุณที่มีเพื่อนอาจารย์ รุ่นพี่ รุ่นน้อง อีกหลายมหาวิทยาลัยชั้นนำในกรุงเทพมหานคร ที่เห็นคุณค่าของเผือกร้อนสุดๆ อย่างตัวผมในเวลานี้ ได้มีน้ำใจเอื้อเฟื้อให้ผมย้ายไปสอนมหาวิทยาลัยเก่าแก่ของไทย ทั้งมหาวิทยาลัยที่เป็น alma mater และที่อื่นๆ ในสาขาวิชาที่ผมไม่ได้จบมาในสาขาวิชานั้นๆ โดยตรง และในสาขาวิชาที่ใกล้เคียงกันกับที่ผมสอนอยู่เดิม ได้ชักชวนเชื้อเชิญให้ผมเปลี่ยนที่ทำงานไปสอนที่มหาวิทยาลัยอื่นๆ และพยายามมองว่าตัวผมจะพอสอนวิชาอะไรได้บ้าง ถึงแม้จะไม่ได้จบมาโดยตรง จะทำอะไรได้บ้าง ผมขอน้อมรับไว้ด้วยความตื้นตันใจ แต่ผมยังไม่คิดจะย้ายไปที่ไหนทั้งสิ้น ผมเองก็จบจากนิด้า แต่ที่สำคัญที่สุดคือการทำงานที่คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เป็นการทำงานทุกวันเพื่อสนองพระราชดำริในการจัดตั้งคณะโดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ผมยังจะทำงานที่คณะสถิติประยุกต์ ที่นิด้าต่อไปครับ ส่วนนายพิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต คณบดีคณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้น แม้นายอานนท์จะลาออกไปแล้ว แต่ก็ยังไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะจบหรือไม่ และทางสภาคณาจารย์นิด้าจะดำเนินการกันต่อไปอย่างไร แต่ในส่วนของประชาคมคณาจารย์นิด้าในช่วงวันที่ผ่านมา ยังไม่ได้พูดคุยกันว่ามีความเห็นต่อเรื่องนี้อย่างไร เพราะเป็นวันที่นิด้าติดงานรับปริญญาของสถาบัน เลยยังไม่ได้คุยกับอาจารย์นิด้าคนอื่นๆ หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว รู้สึกกังวล เพราะทำให้ต่อจากนี้คนที่จะเข้าไปเป็น ผอนิด้าโพลคนใหม่ ก็คงไม่มีใครอยากไปเป็น เพราะไปเป็น ผอนิด้าโพลแล้วต้องมาถูกแทรกแซงการทำงาน ต้องไปอยู่ภายใต้การกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดแบบนี้ คนจะมาเป็น ผอนิด้าโพลก็ลำบาก อาจารย์ที่จะไปเป็น ผอนิด้าโพลก็คงไม่อยากไป แต่ก็อาจมีบางคนที่มีความใกล้ชิดสนิทสนมกับอธิการฯ ก็อาจจะไปเป็นก็ได้ จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้อาจารย์ได้รู้แนวคิดของผู้บริหารนิด้าจากที่ไม่เคยรู้มาก่อนด้วย นายพิชายกล่าว สำนักข่าวอิศรา wwwisranewsorg รายงานว่า การสำรวจความเห็นของศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล ได้จัดทำตามปกติ โดยสำรวจจากคอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์ไปสอบถามความเห็นจากประชาชนโดยตรงด้วยกรณีดังกล่าวมีกลุ่มตัวอย่าง 1,250 คน และในคำถามไม่ได้มีการระบุชื่อของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด เนื่องจากการสำรวจความเห็นในลักษณะดังกล่าวอาจจะส่งผลกระทบต่อบุคคลที่สามได้ จึงเลือกสอบถามแบบไม่ระบุชื่อ แหล่งข่าวจากนิด้าให้ข้อมูลสำนักข่าวอิศราว่า คำถามในแบบสำรวจในสัดส่วนแรกคือ ถามข้อมูลทั่วไปตามแบบฟอร์มของแบบสำรวจความเห็น เช่น เพศ อายุ การศึกษา เป็นต้น ก่อนที่จะสอบถามในคำถามที่ได้ตั้งประเด็นเอาไว้ โดยในกรณีนี้มีเพียง 4 คำถาม เนื่องจากการสำรวจความคิดเห็นไม่จำเป็นต้องสอบถามข้อมูลจำนวนมาก โดยทั้ง 4 คำถามมีเนื้อหาดังนี้ 1เพื่อนสนิทเคยให้ยืมนาฬิกาหรูหรือไม่ ซึ่งผลสำรวจร้อยละ 90 บอกว่าไม่เคย 2ผู้ถือครองนาฬิกาบอกว่าเพื่อนให้ยืมมาคิดว่าพูดจริงหรือไม่ คำตอบส่วนใหญ่คือ ไม่เชื่อ 3คิดว่าคนที่พูดโกหกมีแนวโน้มการทุจริตหรือไม่ คำตอบส่วนใหญ่คือ ใช่ 4รับได้หรือไม่ที่รุ่นน้องช่วยรุ่นพี่ปกปิดเรื่องดังกล่าว คำตอบคือ รับไม่ได้ ทั้งนี้ แม้คำถามในแบบสำรวจความคิดเห็นของนิด้าโพลไม่ได้ระบุชื่อ พลอประวิตร แต่ผู้ตอบคำถามสามารถเข้าใจคำถามได้ว่าหมายถึงใคร เนื่องจากข่าวพลอประวิตรถือครองนาฬิกาหรูหลายเรือนอยู่ในความสนใจของประชาชน และสื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวมาแล้วเกือบ 2 เดือน อีกทั้งสื่อต่างประเทศก็ยังนำไปทำสกู๊ปข่าวอีกด้วย ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป) กล่าวว่า การลาออกของ ผอนิด้าโพล ทำให้คนไม่แน่ใจว่าไปเกี่ยวกับ คสชหรือไม่ ทำให้ คสชติดลบไปด้านแล้ว เรื่องนี้น่าหนักใจ เพราะไม่เป็นผลดีกับใคร ความจริงควรให้เป็นไปตามปกติ ซึ่งไม่ได้เป็นปัญหา เมื่อสำรวจความคิดเห็นถูกต้องตามหลักวิชาการก็เผยแพร่ไป โปร่งใสชัดเจน ถามว่าอะไร ตอบว่าอะไร และไม่ได้เป็นส่วนที่จะบอกว่าคนนั้นถูกหรือคนนี้ถูก เพราะผมก็เห็นการสำรวจหลายสำนัก เวลาเกิดเหตุการณ์อะไรที่บอกว่าเชื่อคนนั้นหรือไม่ ชอบคนนี้หรือไม่ คิดว่าใครต้องเป็นคนรับผิดขอบเรื่องนั้นเรื่องนี้ ก็เห็นทำงานกันอยู่ตลอดเวลา ก็ควรทำให้เป็นเรื่องปกติ นายอภิสิทธิ์กล่าว ซักว่า โพลดังกล่าวถูกมองชี้นำประชาชนเรื่องนาฬิกาไปยืมเพื่อนมา ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) กำลังตรวจสอบอยู่ หัวหน้าพรรค ปชปกล่าวว่า ปปชต้องตัดสินตามพยานหลักฐาน และมีมาตรฐานของตัวเอง และต้องชี้แจง ประชาชนจะเชื่อหรืออย่างไรก็ตาม แต่องค์กรอิสระก็ต้องตรงไปตรงมา อาจมีแรงกดดัน ก็เป็นเรื่องปกติธรรมดา ก็เหมือนกับทุกคดีที่เกิดขึ้นกับพระหรือดาราที่มีชื่อเสียง อย่างไรก็มีแรงกดดันอยู่แล้ว เพราะว่ามีทั้งคนที่เชื่อ ที่ชอบ ก็ต้องว่ากันไป ถ้าเราปล่อยให้แต่ละฝ่ายทำหน้าที่กันเสียก็หมดเรื่อง ตรงนั้นก็กลับมาเรื่องเดิม เรื่องพวกนี้ป้องกันได้หมดหากว่าเรามีความโปร่งใส มีความรับผิดชอบแต่แรก ถ้าปล่อยให้มีความคลุมเครือ สุดท้าย ปปชตัดสินออกมา ปปชก็อาจกลายเป็นจำเลยไปด้วย หัวหน้าพรรค ปชปกล่าว นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เรื่องนี้ความสำคัญไม่ได้อยู่ที่ตัว ผอนิด้า แต่ความสำคัญอยู่ที่เรากำลังกังวลเรื่องเสรีภาพทางวิชาการ และความกังวลที่ทำให้รู้สึกว่าถ้าบรรยากาศของบ้านเมืองบางเรื่องแตะต้องไม่ได้ ตรวจสอบไม่ได้ ไม่เป็นผลดีมากกว่า ถ้าคลายตรงนี้ได้ สถานการณ์ก็จะดีขึ้น และเห็นว่าการเผยแพร่ผลสำรวจที่ชัดเจนน่าจะมีผลกระทบน้อยกว่าเยอะในทุกๆ ด้าน นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ยังให้สัมภาษณ์ผ่านรายการต้องถาม กรณีมูลนิธิองค์กรเพื่อความโปร่งใสออกจากการเป็นภาคีขององค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ ว่า เป็นเรื่องที่อยากได้คำตอบเช่นกันว่าทำไมถึงถอนตัว มูลนิธิดังกล่าวเป็นเอกชน และไม่เกี่ยวกับภาครัฐใดๆ ทั้งสิ้น แต่เป็นเรื่องสำคัญและต้องจับตา เพราะองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติเป็นองค์กรที่จัดอันดับและให้คะแนนประเทศต่างๆ เกี่ยวกับความโปร่งใสมาช้านาน แต่ปรากฏว่ามูลนิธิของไทยกลับถอนตัวจากการเป็นภาคี คำถามคือ ทำไมต้องถอนตัว ซึ่งจากคำชี้แจงทราบว่ามีปัญหาการทำงานที่องค์กรนานาชาติไม่ค่อยเข้าใจวัฒนธรรมไทยและมีอคติ นายอภิสิทธิ์กล่าว วันเดียวกัน นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวถึงกรณีมีการเรียกร้องให้กรมศุลกากรตรวจสอบการเสียภาษีการนำเข้านาฬิกาหรูของ พลอประวิตร มีการเสียภาษีอย่างถูกต้องหรือไม่ รวมทั้งให้มีการแสดงที่มาของนาฬิกาแต่ละเรือนอย่างชัดเจนว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับหนังสือใดๆ เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว แต่หากมีหนังสือมาถึง ก็ต้องขอดูในรายละเอียดก่อน ซึ่งก็พร้อมจะดำเนินการตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายภายใต้หน้าที่ของกรมศุลกากรอย่างเคร่งครัดทุกอย่าง นายกุลิศกล่าวว่า ถ้ามีการตรวจสอบเบื้องต้นอาจต้องมีการพิจารณาหลักฐานเกี่ยวกับการได้มาของนาฬิกาสำหรับบุคคลที่เป็นเจ้าของว่าซื้อมาเมื่อไหร่ ราคาเท่าไหร่ ต้องไปดูว่าเป็นการลักลอบนำเข้ามาหรือไม่ โดยทั้งหมดต้องมาพิจารณาในรายละเอียดตามหลักกฎหมายกรมศุลกากรด้วยว่าบุคคลที่ซื้อนาฬิกาเข้ามาแล้วจะสามารถตรวจสอบอะไรได้บ้าง เข้าใจว่าหลังจากนี้จะมีการอ้างข้อกฎหมายมาตราต่างๆ เพื่อให้กรมศุลกากรเข้าไปตรวจสอบในแต่ละจุด ซึ่งยืนยันจะต้องดูตามหลักของกฎหมายว่าสามารถทำอะไรได้บ้าง รวมทั้งกระบวนการตรวจสอบจะต้องไม่ไปซ้ำซ้อนกับหน่วยงานที่ได้ดำเนินการอยู่ โดยเฉพาะปปช อธิบดีกรมศุลกากรกล่าว, จบแต่เหมือนไม่จบสำหรับกรณี รศดรประดิษฐ์ วรรณรัตน์ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือนิด้า มีคำสั่งตอนตีหนึ่งไม่ให้สำนักวิจัยนิด้าโพลเผยแพร่ผลสำรวจความเห็นประชาชน หัวข้อ นาฬิกาหรูของบิ๊กป้อม พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมวกลาโหม ที่ประชาชนส่วนใหญ่ตอบแบบสำรวจว่า ไม่เชื่อว่าบิ๊กป้อมยืมนาฬิกาเพื่อนมาใส่ 。 บิ๊กตู่ ปัดไม่เกี่ยวโพลนาฬิกาหรูโดนเบรก อานนท์ ยื่นหนังสือลาออกพ้น ผอนิด้าโพล ระบุรับไม่ได้สั่งเซ็นเซอร์ตัวเอง ย้ำผลสำรวจสะท้อนความเห็นประชาชนไม่ใช่ชี้นำ คณาจารย์นิด้า อัด อธิการบดี แทรกแซงการทำงาน อภิสิทธิ์ ห่วงเสรีภาพทางวิชาการ เชื่อเรื่องนี้บานปลาย ศุลกากร ลั่นพร้อมตรวจสอบภาษีนาฬิกาประวิตร เมื่อวันจันทร์ พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) กล่าวถึงกรณีนายอานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ ผู้อำนวยการศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ประกาศลาออกจากตำแหน่งหลังถูกระงับการเผยแพร่ผลการสำรวจความคิดเห็นประเด็นนาฬิกาหรูของ พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมวกลาโหม ว่าเป็นเรื่องของผู้อำนวยการคนดังกล่าวแล้วเกี่ยวอะไรกับตน ผมก็เห็นข่าวจากทางโซเชียลมีเดียแล้ว เขาบอกว่าไม่ได้ถูกบังคับ ใครจะว่าอะไรก็ว่าไป สื่อก็ขยายความให้เขาไปเรื่อยๆ ก็แล้วกัน บ้านเมืองจะได้ไม่สงบดีไง พลอประยุทธ์กล่าว ขณะที่นายอานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์สาขาวิชา Business Analytics and Intelligence สาขาวิชาวิทยาการประกันภัยและการบริหารความเสี่ยง คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ในฐานะผู้อำนวยการนิด้าโพล ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งแล้ว หลังถูกเบรกการเผยแพร่ผลสำรวจความเห็นเรื่องนาฬิกาหรู นายอานนท์กล่าวว่า สาเหตุที่ลาออกเพราะยอมรับไม่ได้กับการเซ็นเซอร์ตัวเองของมหาวิทยาลัย ไม่ได้เกี่ยวกับการมีคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช)แต่อย่างใด เพราะมหาวิทยาลัยมีหน้าที่ชี้นำสังคม และการทำโพลก็เป็นการสะท้อนความคิดเห็นในเวลาขณะนั้น ซึ่งส่วนตัวมองว่าโพลเรื่องนาฬิกาหรูก็ไม่ได้เป็นการชี้นำแต่อย่างใด เนื่องจากไม่แตกต่างจากการทำโพลกรณีการเมืองอื่นๆ เช่น นสยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ประเด็นทุจริตจำนำข้าว ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล เป็นต้น ผมรับกับการเลือกปฏิบัติเช่นนี้ไม่ได้ การทำโพลการเมืองก็ไม่มีความแตกต่างกันเลย จึงไม่เห็นเหตุผลใดที่ต้องเซ็นเซอร์ตัวเอง ซึ่งเป็นเรื่องเลวร้ายยิ่งกว่าการปิดโทรทัศน์ แท่นพิมพ์ หรือมหาวิทยาลัยเสียอีก เพราะหากผิดก็ยังเปิดใหม่ได้ เพราะมีจิตวิญญาณที่จะพูดความจริง รักษาสิ่งที่ถูกต้อง สร้างปัญญาให้แก่สังคม แต่การเซ็นเซอร์ตัวเองก็เท่ากับไม่มีแล้ว ทั้งที่นิด้ามีปรัชญาคือ สร้างปัญญาเพื่อการเปลี่ยนแปลง (Wisdom for change) นายอานนท์กล่าว อดีต ผอนิด้าโพลกล่าวว่า เรื่องการลาออกจะมีผลเมื่อไรนั้น ขึ้นกับอธิการบดี แต่เบื้องต้นยังไม่ได้มีการพูดคุยกับอธิการบดี และอธิการบดีก็ยังไม่ได้โทรศัพท์มาพูดคุยแต่อย่างใด ซึ่งการมาเป็น ผอนิด้าโพลของตนนั้นอาจเป็นเพราะตนตามประเด็นเรื่องการเมือง สังคม และเศรษฐกิจ มีความรู้ด้านสถิติค่อนข้างดี และเรื่องการทำวิจัยสำรวจ รู้วิธีในการสื่อสาร อย่างไรก็ตาม หลังการลาออกตนก็กลับมาทำหน้าที่อาจารย์สอนตามเดิม หากต้องมานั่งเป็น ผอทั้งที่ปราศจากเสรีภาพทางวิชาการ ความซื่อตรงทางวิชาการ ไม่มีความกล้าหาญทางจริยธรรม ผมก็ไม่รู้ว่าจะมาเป็น ผอนิด้าโพลที่มีหน้าสะท้อนความคิดเห็นสังคมไปทำไม และคงไม่สามารถตอบคำถามลูกน้องที่ทำงานหนักในการทำโพลให้ทันเวลาได้ อดีต ผอนิด้าโพลกล่าว ถามถึงผลสำรวจเรื่องนาฬิกาหรู นายอานนท์กล่าวว่า คงต้องถามไปยังทางอธิการบดี เพราะเป็นคนสั่งระงับเผยแพร่ผลโพล หรือไม่ทางสังคมเองก็ต้องกดดันให้มีการเปิดเผย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่นายอานนท์จะไปยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่ง ผอนิด้าโพล ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Arnond Sakworawich ระบุว่า สงสารและเห็นใจ เสธไก่อูมาก ที่ต้องงงเป็นไก่ตาแตก เพราะเรื่อง self censor แทรกแซงเสรีภาพทางวิชาการในนิด้า โดยที่รัฐบาลไม่ได้รู้เรื่องด้วยเลย จากนั้น อดีต ผอนิด้าโพลยังโพสต์ข้อความอีกครั้ง ระบุ รู้สึกขอบพระคุณที่มีเพื่อนอาจารย์ รุ่นพี่ รุ่นน้อง อีกหลายมหาวิทยาลัยชั้นนำในกรุงเทพมหานคร ที่เห็นคุณค่าของเผือกร้อนสุดๆ อย่างตัวผมในเวลานี้ ได้มีน้ำใจเอื้อเฟื้อให้ผมย้ายไปสอนมหาวิทยาลัยเก่าแก่ของไทย ทั้งมหาวิทยาลัยที่เป็น alma mater และที่อื่นๆ ในสาขาวิชาที่ผมไม่ได้จบมาในสาขาวิชานั้นๆ โดยตรง และในสาขาวิชาที่ใกล้เคียงกันกับที่ผมสอนอยู่เดิม ได้ชักชวนเชื้อเชิญให้ผมเปลี่ยนที่ทำงานไปสอนที่มหาวิทยาลัยอื่นๆ และพยายามมองว่าตัวผมจะพอสอนวิชาอะไรได้บ้าง ถึงแม้จะไม่ได้จบมาโดยตรง จะทำอะไรได้บ้าง ผมขอน้อมรับไว้ด้วยความตื้นตันใจ แต่ผมยังไม่คิดจะย้ายไปที่ไหนทั้งสิ้น ผมเองก็จบจากนิด้า แต่ที่สำคัญที่สุดคือการทำงานที่คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เป็นการทำงานทุกวันเพื่อสนองพระราชดำริในการจัดตั้งคณะโดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ผมยังจะทำงานที่คณะสถิติประยุกต์ ที่นิด้าต่อไปครับ ส่วนนายพิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต คณบดีคณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้น แม้นายอานนท์จะลาออกไปแล้ว แต่ก็ยังไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะจบหรือไม่ และทางสภาคณาจารย์นิด้าจะดำเนินการกันต่อไปอย่างไร แต่ในส่วนของประชาคมคณาจารย์นิด้าในช่วงวันที่ผ่านมา ยังไม่ได้พูดคุยกันว่ามีความเห็นต่อเรื่องนี้อย่างไร เพราะเป็นวันที่นิด้าติดงานรับปริญญาของสถาบัน เลยยังไม่ได้คุยกับอาจารย์นิด้าคนอื่นๆ หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว รู้สึกกังวล เพราะทำให้ต่อจากนี้คนที่จะเข้าไปเป็น ผอนิด้าโพลคนใหม่ ก็คงไม่มีใครอยากไปเป็น เพราะไปเป็น ผอนิด้าโพลแล้วต้องมาถูกแทรกแซงการทำงาน ต้องไปอยู่ภายใต้การกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดแบบนี้ คนจะมาเป็น ผอนิด้าโพลก็ลำบาก อาจารย์ที่จะไปเป็น ผอนิด้าโพลก็คงไม่อยากไป แต่ก็อาจมีบางคนที่มีความใกล้ชิดสนิทสนมกับอธิการฯ ก็อาจจะไปเป็นก็ได้ จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้อาจารย์ได้รู้แนวคิดของผู้บริหารนิด้าจากที่ไม่เคยรู้มาก่อนด้วย นายพิชายกล่าว สำนักข่าวอิศรา wwwisranewsorg รายงานว่า การสำรวจความเห็นของศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล ได้จัดทำตามปกติ โดยสำรวจจากคอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์ไปสอบถามความเห็นจากประชาชนโดยตรงด้วยกรณีดังกล่าวมีกลุ่มตัวอย่าง 1,250 คน และในคำถามไม่ได้มีการระบุชื่อของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด เนื่องจากการสำรวจความเห็นในลักษณะดังกล่าวอาจจะส่งผลกระทบต่อบุคคลที่สามได้ จึงเลือกสอบถามแบบไม่ระบุชื่อ แหล่งข่าวจากนิด้าให้ข้อมูลสำนักข่าวอิศราว่า คำถามในแบบสำรวจในสัดส่วนแรกคือ ถามข้อมูลทั่วไปตามแบบฟอร์มของแบบสำรวจความเห็น เช่น เพศ อายุ การศึกษา เป็นต้น ก่อนที่จะสอบถามในคำถามที่ได้ตั้งประเด็นเอาไว้ โดยในกรณีนี้มีเพียง 4 คำถาม เนื่องจากการสำรวจความคิดเห็นไม่จำเป็นต้องสอบถามข้อมูลจำนวนมาก โดยทั้ง 4 คำถามมีเนื้อหาดังนี้ 1เพื่อนสนิทเคยให้ยืมนาฬิกาหรูหรือไม่ ซึ่งผลสำรวจร้อยละ 90 บอกว่าไม่เคย 2ผู้ถือครองนาฬิกาบอกว่าเพื่อนให้ยืมมาคิดว่าพูดจริงหรือไม่ คำตอบส่วนใหญ่คือ ไม่เชื่อ 3คิดว่าคนที่พูดโกหกมีแนวโน้มการทุจริตหรือไม่ คำตอบส่วนใหญ่คือ ใช่ 4รับได้หรือไม่ที่รุ่นน้องช่วยรุ่นพี่ปกปิดเรื่องดังกล่าว คำตอบคือ รับไม่ได้ ทั้งนี้ แม้คำถามในแบบสำรวจความคิดเห็นของนิด้าโพลไม่ได้ระบุชื่อ พลอประวิตร แต่ผู้ตอบคำถามสามารถเข้าใจคำถามได้ว่าหมายถึงใคร เนื่องจากข่าวพลอประวิตรถือครองนาฬิกาหรูหลายเรือนอยู่ในความสนใจของประชาชน และสื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวมาแล้วเกือบ 2 เดือน อีกทั้งสื่อต่างประเทศก็ยังนำไปทำสกู๊ปข่าวอีกด้วย ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป) กล่าวว่า การลาออกของ ผอนิด้าโพล ทำให้คนไม่แน่ใจว่าไปเกี่ยวกับ คสชหรือไม่ ทำให้ คสชติดลบไปด้านแล้ว เรื่องนี้น่าหนักใจ เพราะไม่เป็นผลดีกับใคร ความจริงควรให้เป็นไปตามปกติ ซึ่งไม่ได้เป็นปัญหา เมื่อสำรวจความคิดเห็นถูกต้องตามหลักวิชาการก็เผยแพร่ไป โปร่งใสชัดเจน ถามว่าอะไร ตอบว่าอะไร และไม่ได้เป็นส่วนที่จะบอกว่าคนนั้นถูกหรือคนนี้ถูก เพราะผมก็เห็นการสำรวจหลายสำนัก เวลาเกิดเหตุการณ์อะไรที่บอกว่าเชื่อคนนั้นหรือไม่ ชอบคนนี้หรือไม่ คิดว่าใครต้องเป็นคนรับผิดขอบเรื่องนั้นเรื่องนี้ ก็เห็นทำงานกันอยู่ตลอดเวลา ก็ควรทำให้เป็นเรื่องปกติ นายอภิสิทธิ์กล่าว ซักว่า โพลดังกล่าวถูกมองชี้นำประชาชนเรื่องนาฬิกาไปยืมเพื่อนมา ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) กำลังตรวจสอบอยู่ หัวหน้าพรรค ปชปกล่าวว่า ปปชต้องตัดสินตามพยานหลักฐาน และมีมาตรฐานของตัวเอง และต้องชี้แจง ประชาชนจะเชื่อหรืออย่างไรก็ตาม แต่องค์กรอิสระก็ต้องตรงไปตรงมา อาจมีแรงกดดัน ก็เป็นเรื่องปกติธรรมดา ก็เหมือนกับทุกคดีที่เกิดขึ้นกับพระหรือดาราที่มีชื่อเสียง อย่างไรก็มีแรงกดดันอยู่แล้ว เพราะว่ามีทั้งคนที่เชื่อ ที่ชอบ ก็ต้องว่ากันไป ถ้าเราปล่อยให้แต่ละฝ่ายทำหน้าที่กันเสียก็หมดเรื่อง ตรงนั้นก็กลับมาเรื่องเดิม เรื่องพวกนี้ป้องกันได้หมดหากว่าเรามีความโปร่งใส มีความรับผิดชอบแต่แรก ถ้าปล่อยให้มีความคลุมเครือ สุดท้าย ปปชตัดสินออกมา ปปชก็อาจกลายเป็นจำเลยไปด้วย หัวหน้าพรรค ปชปกล่าว นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เรื่องนี้ความสำคัญไม่ได้อยู่ที่ตัว ผอนิด้า แต่ความสำคัญอยู่ที่เรากำลังกังวลเรื่องเสรีภาพทางวิชาการ และความกังวลที่ทำให้รู้สึกว่าถ้าบรรยากาศของบ้านเมืองบางเรื่องแตะต้องไม่ได้ ตรวจสอบไม่ได้ ไม่เป็นผลดีมากกว่า ถ้าคลายตรงนี้ได้ สถานการณ์ก็จะดีขึ้น และเห็นว่าการเผยแพร่ผลสำรวจที่ชัดเจนน่าจะมีผลกระทบน้อยกว่าเยอะในทุกๆ ด้าน นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ยังให้สัมภาษณ์ผ่านรายการต้องถาม กรณีมูลนิธิองค์กรเพื่อความโปร่งใสออกจากการเป็นภาคีขององค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ ว่า เป็นเรื่องที่อยากได้คำตอบเช่นกันว่าทำไมถึงถอนตัว มูลนิธิดังกล่าวเป็นเอกชน และไม่เกี่ยวกับภาครัฐใดๆ ทั้งสิ้น แต่เป็นเรื่องสำคัญและต้องจับตา เพราะองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติเป็นองค์กรที่จัดอันดับและให้คะแนนประเทศต่างๆ เกี่ยวกับความโปร่งใสมาช้านาน แต่ปรากฏว่ามูลนิธิของไทยกลับถอนตัวจากการเป็นภาคี คำถามคือ ทำไมต้องถอนตัว ซึ่งจากคำชี้แจงทราบว่ามีปัญหาการทำงานที่องค์กรนานาชาติไม่ค่อยเข้าใจวัฒนธรรมไทยและมีอคติ นายอภิสิทธิ์กล่าว วันเดียวกัน นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวถึงกรณีมีการเรียกร้องให้กรมศุลกากรตรวจสอบการเสียภาษีการนำเข้านาฬิกาหรูของ พลอประวิตร มีการเสียภาษีอย่างถูกต้องหรือไม่ รวมทั้งให้มีการแสดงที่มาของนาฬิกาแต่ละเรือนอย่างชัดเจนว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับหนังสือใดๆ เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว แต่หากมีหนังสือมาถึง ก็ต้องขอดูในรายละเอียดก่อน ซึ่งก็พร้อมจะดำเนินการตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายภายใต้หน้าที่ของกรมศุลกากรอย่างเคร่งครัดทุกอย่าง นายกุลิศกล่าวว่า ถ้ามีการตรวจสอบเบื้องต้นอาจต้องมีการพิจารณาหลักฐานเกี่ยวกับการได้มาของนาฬิกาสำหรับบุคคลที่เป็นเจ้าของว่าซื้อมาเมื่อไหร่ ราคาเท่าไหร่ ต้องไปดูว่าเป็นการลักลอบนำเข้ามาหรือไม่ โดยทั้งหมดต้องมาพิจารณาในรายละเอียดตามหลักกฎหมายกรมศุลกากรด้วยว่าบุคคลที่ซื้อนาฬิกาเข้ามาแล้วจะสามารถตรวจสอบอะไรได้บ้าง เข้าใจว่าหลังจากนี้จะมีการอ้างข้อกฎหมายมาตราต่างๆ เพื่อให้กรมศุลกากรเข้าไปตรวจสอบในแต่ละจุด ซึ่งยืนยันจะต้องดูตามหลักของกฎหมายว่าสามารถทำอะไรได้บ้าง รวมทั้งกระบวนการตรวจสอบจะต้องไม่ไปซ้ำซ้อนกับหน่วยงานที่ได้ดำเนินการอยู่ โดยเฉพาะปปช อธิบดีกรมศุลกากรกล่าว。

เสียงพึมพัม 2021-06-20 00:43:57

การปลดปล่อยรถที่ค้างอยู่ 958 กว่าคัน จะดูเป็นรายคัน บางส่วนได้มีการนำออกไปแล้ว โดยเฉพาะรถยนต์ญี่ปุ่นที่ไม่ได้เป็น 4 ยี่ห้อที่มีปัญหา สำหรับมาตรการใหม่ที่ออกมาจะสามารถปล่อยรถได้อีก 500 คัน นายกุลิศ กล่าว,ในวันนี้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้เบิกตัวนางมณตา ซึ่งถูกคุมขังในคดีค้ามนุษย์จากทัณฑสถานหญิงกลางมาศาล โดยนางมณตาไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพ。 ขณะที่ทนายความของนางมณตาแถลงต่อศาลขอเลื่อนการนัดตรวจหลักฐาน เนื่องจากเพิ่งมารับคดีนี้ ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้เลื่อนนัดตรวจหลักฐานไปเป็นวันที่ 12 มีคนี้ เวลา 1330 น。

ความคิดเห็นที่ร้อนแรง
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เข้าสู่ระบบ จดทะเบียน

ฟุตบอล ทีม ชาติ ไทย u19การเดิมพัน| เว็บ บอล แจก เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก 2021เติมเงินไทยฟรี| คาสิโนฟรีไม่มีเงินฝากถอนได้2021| กันทรลักษ์ ยูไนเต็ด2021โปรโมชั่น| วิเคราะห์บอลวันนี้ ตุรกี ซุปเปอร์ลีกรับเงินบาท| เทคนิคยิงปลา918kiss| วิเคราะห์บอล ธูน2021 เล่นฟรี| ถ่ายทอด สด ฟุตบอล เมืองทอง พบ ราชบุรีทดลองใช้ฟรี| ผ น บอล สด วัน นี้การเดิมพัน| สล็อตออนไลน์ผ่านมือถือประเทศไทย| ฟุตบอล ฮอลแลนด์ประเทศไทย| วิเคราะห์บอลวันนี้ ลีกทูเติมเงินไทยฟรี| ฟัง วิทยุ ออนไลน์ ฟุตบอล สดลุ้นบาท| รองเท้า ฟุตบอล พ รี เด เตอร์| ดู บอล สด วัน นี้ ยู เวน ตุ สรับเงินบาท| เกม สล็อต ปลาทอง จี คลับ2021 เล่นฟรี| ฟุตบอล ยู-23 ชิงแชมป์เอเชีย 2021เงินฟรี| ดู บอล ไทย ออนไลน์ true sport 2ลุ้นบาท| บ้าน ผล บอล สด ภาษา ไทย 7m| เล่นเกมส์สล็อตฟรีเงินฟรี| เว็บพนันบอล ต่างประเทศการพนัน| poipet loginประเทศไทย| ฟุตบอล ทีม ชาติ ไทย ภาษา อังกฤษ| วิเคราะห์บอล สเปน2021โปรโมชั่น| สูตรบาคาร่าฟรี ป๋าเซียนลุ้นบาท| โปรแกรมพรีเมียร์ลีก pptv วันนี้การเดิมพัน| บอลสด พม่า2021 เล่นฟรี| แทงบอลฟรีล่าสุดการพนัน| เล่น เกม บอล ฟรีประเทศไทย| แอ พ วิเคราะห์ บอล แม่น ๆลุ้นบาท| วิเคราะห์บอล ฮังการีประเทศไทย| บอลสด สุพรรณบุรีลงทะเบียนฟรี| เกมออนไลน์ W88เติมเงินไทยฟรี| เกมส์ บา คา ร่าเงินฟรี| แทงบอล ต่ํา-สูงการเดิมพัน| วิเคราะห์ ผล บอล ญี่ปุ่น วัน นี้ประเทศไทย| บอลสด 24รับเงินบาท| ตารางคะแนนบอล บัลแกเรียลงทะเบียนฟรี| วิธีเข้าเล่นบาคาร่าลุ้นบาท| ดู บอล สด พรีเมียร์ ลีก ภาคไทยลงทะเบียนฟรี| วิเคราะห์ ผล บอล ภาษาไทยลุ้นบาท| ผล การ แข่งขัน ฟุตบอล ลีกเอิง ฝรั่งเศสลุ้นบาท| ช่อง 7 ถ่ายทอด สด ฟุตบอล u23| เว็บ บอล แจก เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก 2021| พนันฟุตบอลออนไลน์ pantipลงทะเบียนฟรี| ตาราง คะแนน ฟุตบอล ฮอลแลนด์2021 เล่นฟรี| คา สิ โน ออนไลน์ อันดับเติมเงินไทยฟรี| วิเคราะห์ บอล วัน นี้ สปอร์ต พลูย้อนหลังรับเงินบาท| โปรแกรมพรีเมียร์ลีก วันพรุ่งนี้ทดลองใช้ฟรี| ผล บอล สด 888 ทีเด็ด บอล วัน นี้2021 เล่นฟรี| ตารางคะแนนบอล คอนเฟอเรนซ์ ลีกเงินฟรี| เว็บ บอล ออนไลน์ 777ทดลองใช้ฟรี| สูตร บา คา ร่า ใหม่เติมเงินไทยฟรี| วอ ล เล่ บอล ออนไลน์ทดลองใช้ฟรี| โปรโมชั่นแทงบอล2021 เล่นฟรี| วิเคราะห์บอลไทย ติมอร์ประเทศไทย| มาเก๊า 21 ทิปส์ลงทะเบียนฟรี| ผลบอลสดพร้อมราคาทดลองใช้ฟรี| ผลบอลสด ลีกไทยประเทศไทย| การ พนัน ออนไลน์ ฝาก ขั้น ต่ำ 100การเดิมพัน| ฟุตบอล ฝนตกการพนัน| casino วิธี เล่น สล็อต| งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ฟุตบอลประเทศไทย| บ ผล บอล สดรับเงินบาท| บอลสดวันนี้ ญี่ปุ่นรับเงินบาท| วิเคราะห์บอล รอสส์ เคาน์ตี้การเดิมพัน| เล่นบอลประเทศไทย| ฟุตบอล กระชับมิตรประเทศไทย| วิเคราะห์ บอล วัน นี้ พรีเมียร์ลีก ไอร์แลนด์รับเงินบาท| ฟุตบอล ฮอลแลนด์ลุ้นบาท| ผลบอลสดคะแนน2021 เล่นฟรี| รีวิว เล่น สล็อตลงทะเบียนฟรี| วิเคราะห์ ผล บอล ภาษาไทยเติมเงินไทยฟรี| เว็บ บอล แจก เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก เติมเงินไทยฟรี| ลิงค์ ง ดู บอล สด bein sports1เติมเงินไทยฟรี| บอล สด วัน นี้ พรีเมียร์ ลีก อังกฤษเติมเงินไทยฟรี| ดูบอลสด true2021โปรโมชั่น| สูตรเล่น สล็อต ปลาทองการพนัน| สล็อต Footballลงทะเบียนฟรี| slot machine แปลว่าทดลองใช้ฟรี| ถ่ายทอดสดฟุตบอล ประเพณี2021 เล่นฟรี| ตาราง คะแนน บอล พรีเมียร์ ลีกลุ้นบาท| เมืองกรุง เอฟซีรับเงินบาท| โปรแกรม ดู บอล พรีเมียร์ ลีก ฟรีการพนัน| สื่อ เวียดนาม วิเคราะห์ บอล ไทย2021 เล่นฟรี| เกมยิงปลาสุดมันส์| ดูบอลสดวันนี้เจลีกลุ้นบาท| ตัวสล็อต ราคาทดลองใช้ฟรี| วิเคราะห์บอล อาเซนอลเงินฟรี| ดู บอล สด นอร์เวย์ ดิวิชั่น 2| โปรแกรมพรีเมียร์ลีก ดาวซัลโวรับเงินบาท| gclub ผ่านเว็บลงทะเบียนฟรี| ผลบอลสดไทย วันนี้เติมเงินไทยฟรี| ทีเด็ด ฟุตบอล วัน นี้ แม่น สุด ๆลุ้นบาท|